DSI ย้ายมือโพสต์เตรียมจับพระ / แต่งตั้งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ รักษาการเจ้าอาวาส

วันที่ 12 มิ.ย. 2561 เวลา 06:55 น.

Views

เจ้าคณะภาค 1 เห็นชอบให้ พระเทพรัตนมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ รักษาการเจ้าอาวาสแทน อดีตพระพรหมสิทธิ ขณะที่ DSI สั่งย้าย นายพิสิฐชัย พร้อมตั้งกรรมการสอบ เหตุโพสต์จะมีการจับกุมดำเนินคดีเจ้าอาวาสวัดดังเพิ่มเติม ทำให้สังคมสับสน

หลังจากที่ นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษกองคดีภาษีอากร DSI โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า จะมีการจับกุมดำเนินคดีกับเจ้าอาวาสวัดดัง อีก 4 วัด ที่ได้รับงบประมาณเช่นเดียวกับวัดที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ทำให้ DSI นิ่งเฉยไม่ได้แล้ว เช้าวานนี้ จึงมีการพิจารณาในเรื่องดังกล่าว เพราะแม้ นายพิสิฐชัย จะโพสต์ตามความเห็นส่วนตัว แต่ก็เป็นพนักงานของ DSI ซึ่ง พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดี DSI มีคำสั่งให้ นายพิสิฐชัย พ้นจากหน้าที่กองคดีภาษีอากร ไปปฏิบัติงานที่สำนักงานผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และให้กองภาษีอากร เชิญผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตัวแทนกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. มาให้ข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณาความผิดทางวินัยหรือทางอาญาต่อไป

ด้าน พันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ รองโฆษก DSI ได้ออกมาปฏิเสธข่าวการเตรียมเข้าบุกค้นวัดพระธรรมกายอีกครั้ง หลังมีกระแสข่าว พระธัมมชโย ยังพักอาศัยอยู่ในวัด โดยกำลังตรวจสอบว่าข่าวลือดังกล่าวมาได้อย่างไร และการประชุม DSI เช้าวานนี้ มีเรื่องย้าย นายพิสิฐชัย เพียงเรื่องเดียว

ซึ่ง นายพิสิฐชัย ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้ง ขอโทษวัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดพิชยญาติการามวรวิหาร วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และ วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่ได้โพสต์พาดพิงไปก่อนหน้านี้ โดยระบุว่าเป็นการติดตามข่าวจากสื่อต่าง ๆ แล้วเข้าใจคลาดเคลื่อนไปเอง และขอแก้ข่าวว่าไม่มีการดำเนินการตามที่โพสต์แต่อย่างใด

ขณะที่ พลตำรวจตรีกมล เหรียญราชา ผู้บังคับการ ปปป. ยืนยัน ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มาจากสำนวนคดีของ ปปป. และไม่ทราบว่า นายพิสิฐชัย นำข้อมูลมาจากไหน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเรียกมาสอบสวน

ส่วนการสอบสวนขยายผล คดีทุจริตเงินทอนวัดล็อตที่ 4 ขณะนี้คณะทำงานยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานตามวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เนื่องจาก พศ. ยังไม่เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เอาผิดแต่อย่างใด

และในวันนี้ มีรายงานว่าเวลา 13.00 น. ทาง DSI จะเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นายพิสิฐชัย ในข้อหาความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังจากที่มีการโพสต์ข้อความ

สำหรับความเคลื่อนไหวที่ วัดเทพศิรินทราวาส หลังจากมีกระแสข่าวกองปราบปรามจะเข้าตรวจค้นวัด เพื่อหาหลักฐานเกี่ยวกับคดีเงินทอนวัด เนื่องจากได้รับงบอุดหนุนการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมปี 2556 จาก พศ. จำนวน 10 ล้านบาท เช่นเดียวกับวัดสามพระยา และ วัดสัมพันธวงศาราม แต่ก็ไม่มีการเข้าตรวจค้นวัดแต่อย่างใด ซึ่งลูกศิษย์วัดเทพศิรินทราวาส บอกว่า ข่าวดังกล่าวมีผลกระทบต่อจิตใจบรรดาลูกศิษย์ แต่ไม่ขอวิจารณ์ใด ๆ เชื่อว่าหากตำรวจจะขอดูเอกสารต่าง ๆ ก็คงไม่มีปัญหา และต้องรอสอบถามจาก พระเทพโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นผู้ดูแลดำเนินการทุกอย่าง และตอนนี้ พระเทพโมลี เป็นตัวแทนของมหาเถรสมาคม เดินทางไปประเทศอังกฤษ เพื่อตรวจข้อสอบของนักเรียน

ด้าน ตำรวจ ออกมายืนยันว่า ตอนนี้มีกระแสข่าวลือว่ากองปราบปรามจะไปบุกค้นวัดต่าง ๆ ซึ่งตำรวจออกมายืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะว่าคดีเงินทอนวัดนั้น กองปราบปราม ไม่ได้รับผิดชอบคดีนี้ ที่ผ่านมากองปราบปรามดำเนินคดีกับพระชั้นผู้ใหญ่ในคดีร่วมกันฟอกเงินเท่านั้น
              
และ การประชุมมหาเถรสมาคม หรือ มส. วาระปกติ เมื่อวานนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธาน โดยมี พันตำรวจโทพงศ์พร พราหมเสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. เข้าร่วมการประชุม

นายณรงค์ ทรงอารมณ์ รองผู้อำนวยการ พศ. เปิดเผยหลังการว่า ที่ประชุม มส. รับทราบการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดหลายแห่ง รวมทั้งคำสั่งเจ้าคณะภาค 1 ที่แต่งตั้ง พระเทพรัตนมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เจ้าคณะภาค 12 ขึ้นรักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศ แทนอดีตพระพรหมสิทธิที่ถูกดำเนินคดีฟอกเงิน สนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต

นอกจากนี้ นายณรงค์ ยังชี้แจงถึงประเด็นร้อนในกรณีที่ ผู้อำนวยการ พศ. มีบันทึกข้อความไปถึงผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด หรือ พศจ. ทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา เรื่องขอข้อมูลวัดที่มีการวางระบบเกี่ยวกับการจัดการด้านการเงินและบัญชีของวัด สร้างความไม่พอใจในวงกว้าง ถึงกับมีเพจพระวิจารณ์ในเรื่องดังกล่าว โดย พศ. มีวัตถุประสงค์เพื่อขอทราบแนวทางปฏิบัติได้จริง หลักการคือภิกษุสงฆ์มิต้องมาถือเงิน แต่ผ่านบัญชีส่วนกลาง เพื่อให้วัดที่ยังไม่ได้ดำเนินการนำไปพิจารณาปรับใช้ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับวัดนั้น ๆ และปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยปิฎก ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทไว้อย่างชัดเจน ไม่ให้พระภิกษุรับใช้ให้คนอื่นรับ หรือแม้กระทั่งยินดีในเงินทองที่เขาเก็บไว้ให้ตน นอกจากนี้ ยังรวมถึงอะไรก็ตามที่มีค่าในการแลกเปลี่ยนซื้อขายได้ เช่น ธนบัตร เหรียญ เช็ค บัตรกดเงินสด บัตร ATM บัตรเครดิต การรับเงินทองจึงเป็นการผิดพระวินัย และเป็นอาบัติแก่พระภิกษุ ที่รับไม่ว่าจะโดยเหตุผลใด ๆ เช่น การรับเพื่อตัวหรือเพื่อสงฆ์ก็ตาม

สำหรับการติดตามตัว อดีตพระพรหมเมธี ที่ขอลี้ภัยต่อประเทศเยอรมนี และทางการไทยขอให้ทางการเยอรมนีพิจารณาส่งตัวใน 3 วัน ล่าสุด มีรายงานว่าทางการเยอรมนีไม่สามารถสนองตอบไทยได้ตามเวลาที่กำหนด เพราะยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร และสถานะที่แท้จริงของอดีตพระพรหมเมธี ที่ทางการไทยนำไปส่งให้ ทั้งนี้ หากทราบผลการพิจารณาแล้ว ทางการเยอรมันจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง โดยอาจใช้ช่องทางประสานงานผ่านทางการทูต หรือช่องทางตำรวจสากล

Tag : สนามข่าว 7 สี dsi ทุจริตเงินทอนวัด คดีทุจริตเงินทอนวัด อดีตพระพรหมเมธี พระเทพรัตนมุนี กองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ปปป พนักงานสอบสวนคดีพิเศษกองคดีภาษีอากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษกองคดีภาษีอากร dsi จับกุมเจ้าอาวาส จับพระ วัดเทพศิรินทราวาส วัดสระเกศ บุกค้นวัดพระธรรมกาย