เห็นชอบในหลักการ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2

วันที่ 12 มิ.ย. 2561 เวลา 16:12 น.

Views

พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงผลการประชุม คณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยได้พิจารณาเห็นชอบ ตามที่คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 เสนอ  ประกอบด้วย

1.การส่งเสริมไบโอฮัฟ ในพื้นที่ด้วยการจัดตั้งศูนย์วิจัยและชีวภาพ ที่จังหวัดนครสวรรค์เป็นคาสเตอร์ด้านชีวภาพ และการบริหารจัดการน้ำของกลุ่มจังหวัด การขยายถนนและเส้นทางจราจรบนถนนหมายเลข 3212 จาก 2 ช่องทางเป็น 4 ช่องทาง ระยะทาง 13 กิโลเมตร และปรับปรุงถนนสายรองเพื่อรองรับการจัดตั้งศูนย์วิจัยและการดำเนินการ โดยที่รัฐบาลเห็นชอบในหลักการ โดยการปรับแผนการใช้งบประมาณปี 2561 เพราะโครงการดังกล่าวอยู่ในแผนของกระทรวงคมนาคม มีอยู่แล้ว

2.การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร โดยที่ประชุมเห็นชอบในหลักการให้มีการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและออกแบบการจัดการน้ำในแม่น้ำน่าน ที่ไหลผ่านทางจังหวัดพิษณุโลก เพื่อนำไปสู่การพัฒนาแม่น้ำสะแกกรัง จังหวัดอุทัยธานี / พร้อมดำเนินโครงการก่อสร้างท่อระบายน้ำ บ้านวังทับยาง ที่เชื่อมกับบังสีไฟ - การขุดลอกตะกอนดิน และก่อสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี / ฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตร ให้มีการไหลทั้งแม่น้ำพิจิตรและแม่น้ำน่านได้รับประโยชน์จาการนำไปใช้เพื่อการทำการเกษตร

3. พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยการทำเขื่อนป้องกันแนวตลิ่งริมแม่น้ำสะแกกรัง ,การก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตเมืองอุทัยธานี และ อำเภอโกรกพระจังหวัดนครสวรรค์  โดยหากดำเนินการได้ใน 1 ปี ให้ใช้งบประมาณเหลือจ่ายของปีงบประมาณ 2562 และหากจำเป็นต้องของบประมาณเพิ่มก็เสนอขอได้ในปีงบประมาณปี 2563

4.จัดหาสถานที่ “ทรัสเทอมินอล”และจุดพักตู้ขนส่งสินค้า คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ บริเวณจุดตัดของเส้นทางระบบรางกับทางถนน  ซึ่งอาจต้องมีการใช้พื้นที่ประมาณ 100 ไร่  ของหน่วยทหาร หรือกรมธนารักษ์

5.การก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองจังหวัดนครสวรรค์ 2 เส้นทาง เพื่อลดการติดขัด และขยายช่องทางจราจรจาก 2 เป็น 4 ช่องทางการจราจร บนถนนทางหลวงหมายเลข 225 จากนครสวรรค์ ถึงจังหวัดชัยภูมิ  เพื่อขยายพื้นที่รับมอบและขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ยักษ์ ที่ต้องมีจุดพักรถบรรทุกตามกฎหมายที่ต้องพักรถทุก 4 ชั่วโมง ที่อำเภอพยุหะคีรี

6. การพัฒนาการขนส่งทางราง ที่มีความคุ้มค่าในการขนส่งสินค้าทางถนน ด้วยการ  เพิ่มเส้นทางรถไฟทางคู่ อีกหลายเส้นทาง เพื่อเชื่อมโยง ภูมิภาคตะวันตกและภาคตะวันออก โดยเริ่มจาก แม่สอด เข้าสู่จังหวัดตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ เข้าสู่ขอนแก่นและสิ้นสุดที่จังหวัดหนองคาย โดยจุดที่จังหวัดขอบแก่น จะมีการสร้างเส้นทางแยกไปสู่จังหวัดนครพนม ซึ่งจะทำให้เส้นทางรถไฟ ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ครบวงจรมากขึ้น ซึ่งหากดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีเส้นทางรถไฟยาวมากกว่า 8,000 กว่ากิโลเมตร และพยายามพัฒนาให้มีรถไฟความเร็วสูงควบคู่กันไปด้วย 

7.จัดสร้างเขื่อนยกระดับแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน่าน เพื่อเชื่อมต่อสร้างประโยชน์ในการขนส่ง ได้จากการควบคุมปริมาณน้ำ และปิด เปิดเขื่อนได้ในช่วงการเดินทางและขนส่งทางน้ำ

แต่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ไม่ให้ความเห็นชอบ การก่อสร้างถนนเพิ่มเส้นทางเพื่อการท่องเที่ยวผ่านทาง ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นพื้นที่มรดกทางธรรมชาติ ไปยังมรดกทางวัฒนธรรมอุทยานประวัติศาสตร์เมืองเก่า จังหวัดพิจิตร อุทยานประวัติศ่าสตร์ จังหวัดสุโขทัย  เนื่องจากเส้นทางดังกล่าว ต้องตัดผ่านอุทยาน หรือเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า และจะทำให้เกิดความสูญเสียสัตว์ป่า แต่ที่ประชุมอนุญาต ปรับปรุงผิวการจราจรและระบบการจราจรใหม่ได้

Tag : ครมสัญจร