รายงานพิเศษ : เจ้าหน้าที่ DSI มอบตัว คดี พ.ร.บ.คอมฯ

วันที่ 13 มิ.ย. 2561 เวลา 06:45 น.

Views

เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่โพสต์ข้อความเรื่องการบุกจับเจ้าอาวาสวัดดังในกรุงเทพฯ ที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด มารับทราบข้อกล่าวหาที่กองปราบปรามแล้ว หลังถูกแจ้งความจับคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ลงสนามข่าวนี้กับคุณศจี วงศ์อำไพ

พันตำรวจโทกรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ พร้อมทั้ง พันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ ผู้อำนวยการกองคดีภาษีอากรดีเอสไอ นำตัว นายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร เจ้าหน้าที่ชำนาญการ กองคดีภาษีอากรดีเอสไอ เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า จะมีการจับกุมเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดพิชยญาติการาม วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ในคดีเงินทอนวัด จนเกิดกระแสวิจารณ์ในโลกโซเซียลอย่างกว้างขวาง

หลายคนแสดงความคิดเห็นว่า หากข้อมูลดังกล่าวเป็นจริง การโพสต์ข้อความนี้เท่ากับส่งสัญญาณให้วัดแต่ละแห่งรู้ตัวล่วงหน้า แต่ถ้าเป็นเพียงข้อมูลเท็จ ก็ทำให้ทางวัดเสียหาย

แม้จะยอมรับว่า ตนเองเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวจริง แต่ก็เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว อ้างทราบข่าวคดีเงินทอนวัดนี้มาจากสื่อมวลชนนั่นแหละ

รองอธิบดีดีเอสไอ ยอมรับว่า วันนี้เมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาทำผิดกฎหมาย ก็ต้องนำตัวมาดำเนินคดี ไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งทางต้นสังกัดได้มีคำสั่งย้าย นายพิสิฐชัย จากหน้าที่เดิม เพื่อเปิดทางให้มีการดำเนินการอย่างโปร่งใส

ขณะที่ ตำรวจกองปราบปราม เผยว่า คดีนี้ตรวจสอบข้อมูลที่ นายพิสิฐชัย จาก ปปป. ไม่ได้มีมูลความจริง เมื่อมีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษมา ตำรวจก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งตำรวจจะขยายผลต่อไปว่าผู้ต้องหามีความสัมพันธ์กับเจ้าอาวาสวัดใดหรือไม่

ขณะที่เมื่อวานนี้ ตำรวจ ปปป. ลงพื้นที่ไปที่วัดธาตุพระอารามหลวงเพื่อขอข้อมูล และสอบปากคำพยานบุคคล 3 ปาก เพราะวัดธาตุฯ ตกเป็นผู้เสียหายหลังพบว่าเมื่อปี 2556 สำนักงานพระพุทธศาสนา หรือ พศ. โอนเงิน 10 ล้านบาทมาให้กับวัด อ้างเป็นเงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม จากนั้นเจ้าหน้าที่ พศ. โอนกลับคืนมาเป็นของตนเอง เหลือให้วัดเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น

ส่วนที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีเครือข่ายทนายและประชาชนปกป้องพระพุทธศาสนา ยื่นหนังสือคัดค้านอ้างว่า พศ. ไม่มีอำนาจบังคับให้พระภิกษุห้ามจับเงิน

ซึ่งระหว่างที่กำลังยื่นหนังสือ ทนายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานเครือข่ายฯ พยายามคาดคั้นให้ฝ่ายกฎหมายของ พศ. ชี้แจงว่า คำสั่งนี้เป็นการใช้อำนาจโดยพลการหรือไม่ แต่รองโฆษก พศ. ปฏิเสธที่จะชี้แจง กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่ามาเป็นตัวแทนรับเรื่องร้องเรียนเท่านั้น ไม่ขอชี้แจงในเวลานี้ แต่ ทนายวรกร ก็ยังไม่ลดละ พยายามที่จะให้รองโฆษก พศ. ระบุห้วงเวลาการชี้แจงให้ได้ เมื่อไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ประธานเครือข่ายไม่พอใจ จึงเตรียมเข้าร้องกองบังคับการปราบปรามในวันนี้

ก่อนหน้านี้ พศ. ชี้แจงบันทึกข้อความ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน เรื่องขอข้อมูลวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่มีการวางระบบเกี่ยวกับการจัดการด้านการเงิน และบัญชีของวัด เพื่อให้เป็นแบบอย่างและแนวทางปฏิบัติให้กับวัดอื่น ๆ เพราะตามหลักพระธรรมวินัย พระพุทธเจ้า ทรงบัญญัติสิกขาบทไว้อย่างชัดเจน ว่า ไม่ให้พระภิกษุสงฆ์รับเงินรับทอง รวมธนบัตร เหรียญ เช็ค บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต เพราะถือว่าผิดพระธรรมวินัย จึงอยากให้แต่ละวัดหันกลับมาทบทวนการบริหารจัดการด้านการเงินของวัดตัวเองให้เป็นไปตามพระวินัยปิฎก

นเรศ ปาทาน ถ่ายภาพ
ศจี วงศ์อำไพ สนามข่าว 7 สี รายงาน

Tag : สนามข่าว 7 สี เกาะติดข่าวดัง ดีเอสไอ ดีเอสไอโพสต์จับพระ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอโพสต์จับพระ จับพระ ทุจริตเงินทอนวัด เงินทอนวัด