เครือข่ายทนายและประชาชนฯ แจ้งเอาผิด ผอ.พศ. ละเว้นปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 14 มิ.ย. 2561 เวลา 01:00 น.

Views

นายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานเครือข่ายทนายและประชาชนปกป้องพระพุทธศาสนา พร้อมด้วย พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา ประธานสงฆ์สำนักปฏิบัติธรรม พุทธชยันตี 2600 ปี เข้าแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดี พันตำรวจโทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในคดีทุจริตเงินทอนวัด ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

นายวรกร ระบุว่าคดีดังกล่าวมีการจับกุมพระสงฆ์ไปหลายรูป แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่ พศ. ที่เกี่ยวข้องถูกดำเนินคดี จึงมาแจ้งความให้ตำรวจสืบสวนขยายผลและดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง  

นอกจากนี้ยังขอให้ดำเนินคดีกับพันตำรวจโทพงศ์พร ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีออกหนังสือคำสั่งให้ตรวจสอบบัญชีวัด ซึ่งตนไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่า พศ. ไม่ใช้ผู้ปกครองพระ เป็นการทำเกินอำนาจหน้าที่ ซึ่งก็รวมถึงเรื่องที่ห้ามพระสงฆ์ถือเงิน โดยอ้างพระธรรมวินัย ก็มองว่าควรเป็นอำนาจของมหาเถรสมาคมที่จะเป็นผู้สั่งการ

ขณะที่พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา ก็ให้ความเห็นว่าในโลกปัจจุบันพระสงฆ์ก็จำเป็นต้องใช้เงินในการดำรงชีวิต เหมือนกับบุคคลทั่วไป และเห็นควรให้แยกบัญชีวัดกับบัญชีส่วนตัวของพระสงฆ์ เพราะเงินบางส่วนพระก็มีติดตัวมาตั้งแต่ก่อนบวช

ส่วนความคืบหน้าคดีเงินทอนวัด ล็อต 4 พลตำรวจตรีกมล เหรียญราชา ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. กล่าวว่าเจ้าหน้าที่กำลังลงพื้นที่หาพยานหลักฐานจากวัดต่างๆ ทั่วประเทศที่ได้รับงบประมาณอุดหนุนเกิน 1,000,000 บาท ส่วนจะดำเนินการกับวัดใดนั้น ผู้อำนวยการ พศ. จะเป็นผู้ตรวจสอบพยานหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีอีกครั้ง

นอกจากคดีเงินทอนวัดแล้ว ปปป.ยังมีคดีสำคัญที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 1 คดี คือ คดีทุจริตเงินช่วยเหลือผู้ยากไร้ ซึ่งในวันนี้ตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ก็ได้เข้าหารือการดำเนินคดีกับอดีตข้าราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. หลัง ปปง. มีมติให้อายัดทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริต

โดย นายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เข้าพบพลตำรวจตรีกมล เพื่อหารือรายละเอียดการร้องทุกข์กล่าวโทษ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. และพลเรือนอีก 1 คน ในความผิดฐานฟอกเงิน หลังจากที่ประชุม ปปง. มีมติให้อายัดทรัพย์สินของอดีตปลัด และรองปลัด พม. คือ นายพุฒิพัฒน์ และ นายนายณรงค์ คงคำ, นายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตผู้ตรวจราชการ พม. และพวก รวม 12 คน จำนวน 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริตเงินช่วยเหลือคนยากไร้ 

นายวิทยา เปิดเผยว่าพบการกระทำผิดของผู้ถูกกล่าวหาระหว่างปีงบประมาณ 2559-2560 โดยลักษณะการกระทำผิดเป็นรูปแบบของเงินทอน โดยงบประมาณที่ถูกส่งไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่ต่างๆ จะถูกทำบัญชีเบิกจ่ายอันเป็นเท็จ ซึ่งเงินที่ได้จากการทุจริตดังกล่าว คิดเป็นร้อยละ 30 จะถูกส่งต่อมายังอดีตข้าราชการ พม. ที่ถูกกล่าวหาในลักษณะ "หิ้วกลับ" ไม่มีการโอนผ่านธนาคาร ทำให้ยากแก่การตรวจสอบ ซึ่งก่อนที่ ปปง.จะสั่งอายัดทรัพย์สิน พบว่าเงินดังกล่าวถูกโอนไปยังบุคคลอื่น และแปรสภาพเป็นทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์, รถยนต์หรู, เงินฝากและหลักทรัพย์ต่างๆ แต่ยังไม่พบว่ามีการโอนออกนอกประเทศ หรือไปเกี่ยวพันกับเส้นทางการเงินของข้าราชการระดับสูงรายอื่นในกระทรวง 

สำหรับเรื่องนี้ พลตำรวจตรีกมลได้นัดหมายให้ ปปง. มาแจ้งความอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ จากนั้นจะเสนอเรื่องไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อขออนุมัติให้ดำเนินการสอบสวนต่อไป