สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดชลบุรี

วันที่ 14 มิ.ย. 2561 เวลา 20:01 น.

Views

เวลา 09.01 น. วันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารโชติพิทยเมธา โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งคณะกรรมการอุปถัมภ์โรงเรียนฯ จัดสร้างขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อนักเรียนพิการตาบอด โดยพระราชทานชื่ออาคาร อันหมายถึงอาคารที่เป็นแหล่งปัญญาและความรู้อันส่องสว่าง พร้อมพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย ส.ธ. ประดับที่ป้ายชื่ออาคาร โดยเป็นอาคาร 4 ชั้น ประกอบด้วย ห้องสมุดเสียงอักษรเบรลล์, ห้องผลิตสื่อการเรียนการสอน และห้องบันทึกเสียง, ห้องอเนกประสงค์, หอพักหญิง ส่วนห้องสมุดมีหนังสือที่เป็นอักษรเบรลล์ 200 เล่ม ทั้งหนังสือสารคดี วรรณกรรมเยาวชน และหนังสือธรรมะ รวมทั้งหนังสือพระราชทาน บทพระราชนิพนธ์เกี่ยวกับสารคดี และการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังมีมุม LOWISION สำหรับให้นักเรียนที่ยังพอจะมองเห็นแต่ไม่สามารถอ่านตัวหนังสือฟรอนต์ปกติ ให้สามารถอ่านหนังสือได้ โดยมีเครื่องขยายตัวอักษรเพื่อความสะดวก รวมทั้งมีเครื่องอ่านอักษรเบรลล์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ตลอดจนคอมพิวเตอร์สำหรับค้นคว้าข้อมูล โดยมีเครื่องช่วยฟังเสียงที่ใช้โปรแกรมเสียงอ่านข้อมูลไว้อำนวยความสะดวก

โอกาสนี้ พระราชทานพระราโชวาทเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่นักเรียน ให้มีความมุ่งมั่นตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า

พร้อมกันนี้ ทอดพระเนตรการขับร้องเพลงของนักเรียนพิการทางการมองเห็น ซึ่งแต่งเนื้อร้องขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และแสดงความจงรักภักดี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แล้วทอดพระเนตรนิทรรศการโอกาสความหวังชีวิตใหม่ โรงเรียนฯ แห่งนี้ เป็นโรงเรียนสอนคนตาบอดแห่งเดียวในภาคตะวันออก สังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชน เปิดสอนหลักสูตรวิชาชีพสามัญตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้น แบบแผนวิชาเรียนและข้อสอบเป็นแบบเดียวกับโรงเรียนคนปกติ แต่นักเรียนตาบอดต้องเรียนการใช้อักษรเบรลล์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษจนใช้งานได้ดี ปัจจุบันมีนักเรียน 95 คน

เวลา 10.36 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด "ศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา สภากาชาดไทย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558" ที่อำเภอศรีราชา ซึ่งสภากาชาดไทย สร้างขึ้นตามนโยบายบริการโลหิตแห่งชาติปี 2553 เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาใช้รักษาผู้ป่วย ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และส่งเสริมนโยบายด้านสาธารณสุขให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพ และการรักษาพยาบาลระดับนานาชาติ

โดยทางศูนย์ฯ ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและได้มาตรฐานสากลจากสาธารณรัฐเกาหลี นอกจากนี้ ยังลงนามความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ปัจจุบันผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาได้ 3 ชนิด ได้แก่ อัลบูมิน 20 ทีอาร์ซีเอส ช่วยฟื้นฟูและรักษาสมดุลของปริมาตรการไหลเวียนเลือด ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคไต และโรคมะเร็ง, อิมมูโน โกลบูลิน 5 ทีอาร์ซีเอส ใช้รักษาโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง ผู้ป่วยที่มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำไม่ทราบสาเหตุ, และแฟคเตอร์ 8 ทีอาร์ซีเอส ใช้รักษาโรคฮีโมฟีเลีย เอ, โรคเลือดออกง่ายหยุดยาก ระยะแรกมีกำลังการผลิตที่ 100,000 ลิตรต่อปี และจะเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 ลิตรต่อปี เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณพลาสมาที่ได้รับผู้บริจาคทั้งแบบโดยตรง และจากการปั่นแยกส่วนประกอบโลหิตจากทั่วประเทศ

การจัดตั้งศูนย์ฯ แห่งนี้ มีประโยชน์ต่อประเทศทั้งด้านสาธารณสุข สังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ ที่สำคัญจะทำให้ประเทศไทยมีสถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาได้มาตรฐาน มีกำลังการผลิตเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ ผู้ป่วยได้รับโอกาสเข้าถึงยาในราคาที่เหมาะสม ช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดการพึ่งพายาที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

เวลา 11.28 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด "อาคารเทพรัตน์การุณ" ซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมาฯ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เพื่อเป็นที่ทำการของศูนย์ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงอายุ เป็นต้นแบบการให้บริการด้านผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง ครบวงจรและต่อเนื่องจากโรงพยาบาลสู่ชุมชน และเยี่ยมบ้านผู้ป่วย ช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล เพื่อให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงมีสุขภาพดี ประเทศไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายดูแล ทั้งยังเป็นแหล่งรวมองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุและเวชศาสตร์ชะลอวัยที่ได้รับการยอมรับระดับประเทศ

โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมและพระราชทานสิ่งของแก่ผู้สูงอายุที่พักค้างอยู่หอบริบาลผู้สูงอายุ ปัจจุบันมีบริการพักค้าง 3 แบบ ได้แก่ แบบไปกลับ, แบบพักค้างระยะสั้น ไม่เกิน 4 สัปดาห์ เพื่อปรับตัวหรือพื้นฟูสุขภาพหลังออกจากโรงพยาบาล และเตรียมความพร้อมก่อนกลับไปดูแลที่บ้าน และแบบพักค้างระยะยาว ตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป กรณีมีความจำเป็น เช่น มีปัญหาเรื่องผู้ดูแล จากนั้น ทอดพระเนตรห้องสันทนาการสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งใช้สีเขียวอ่อน ขาว และน้ำตาลอ่อน เพื่อให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ภายในกว้าง มีเครื่องเรือนใช้งานสะดวก มุมต่าง ๆ โค้งมนเพื่อความปลอดภัย ติดตั้งระบบรางใช้กับเครื่องช่วยพยุงให้ผู้สูงอายุฝึกเดิน และเคลื่อนที่ได้รอบห้อง รวมทั้งมีเครื่องกระตุ้นระบบประสาทการรับรู้ ช่วยฝึกความจำ ฝึกสมาธิ และมีเครื่องออกกำลังกายสมอง เป็นเกมส์ช่วยบริหารสมอง ชะลอโรคสมองเสื่อม

ที่ชั้น 2 ทอดพระเนตรหน่วยเวชศาสตร์แพทย์แผนไทยประยุกต์ ให้บริการนวดเพื่อการรักษาและประคบ อบสมุนไพร นวดน้ำมัน ดูแลมารดาหลังคลอด และจ่ายยาสมุนไพรไทย ผู้ใช้บริการมีทั้งผู้สูงอายุ และประชาชน ซึ่งต้องผ่านการตรวจและวินิจฉัยจากแพทย์แผนไทยประยุกต์ ก่อนทำหัตถการทางการแพทย์ เพื่อการรักษาแบบองค์รวมตามหลักดุลยภาพของกาย ใจ และจิตวิญญาณที่ต้องทำงานประสานกัน กลุ่มเป้าหมายของศูนย์ฯ มี 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป พักอาศัยอยู่ในจังหวัดชลบุรีและใกล้เคียง, กลุ่มใกล้สูงอายุ ตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เน้นให้ความรู้และป้องกันก่อนจะเกิดโรค, กลุ่มประชาชนที่ต้องการชะลอวัย หรือรับบริการอื่น ๆ เน้นป้องกัน ส่งเสริมให้มีสุขภาพดี

เวลา 13.51 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา สภากาชาดไทย อำเภอศรีราชา ทรงเปิดอาคารเทพรัตน์ศรีวัฒนา ซึ่งเป็นอาคารหอพักในโครงการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ในวาระ 150 ปี วันพระราชสมภพ วันที่ 10 กันยายน 2555 ตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และทดแทนอาคารที่พักหลังเก่าที่ใช้เป็นพื้นที่สร้างอาคารศูนย์รักษาพยาบาลรวมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า 150 ปี และเพื่อพัฒนาโรงพยาบาลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางให้บริการทางการแพทย์ในภูมิภาคตะวันออกที่เอื้อต่อผู้ป่วย และประชาชนที่ฐานะด้อย หรือด้อยโอกาส ให้เข้าถึงการบริการรักษาพยาบาลได้ง่าย ทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนามอาคาร และพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย ส.ธ. ประดับที่ป้ายชื่ออาคาร โดยเป็นอาคาร 26 ชั้น เป็นที่พักของแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล เจ้าหน้าที่ และบุคลากรทางการแพทย์ มีห้องพัก 539 ห้อง 

เวลา 15.02 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์ อาคารศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลในการจัดสร้างอาคารศูนย์แพทย์ฯ หลังใหม่ขึ้นทดแทนอาคารหลังเดิมที่มีสภาพทรุดโทรม และเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดการเรียนการสอนให้กับนิสิตแพทย์ โดยเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ประกอบด้วยห้องต่าง ๆ อาทิ ห้องบรรยาย, ห้องประชุม, ห้องปฏิบัติการหุ่นจำลอง และห้องเรียนกลุ่มย่อย ซึ่งจะก่อสร้างแล้วเสร็จในวันที่ 23 กันยายน 2561

ในการนี้ ทอดพระเนตรศูนย์บำบัดด้วยออกซิเจนแรงดันสูง ซึ่งเป็นการบำบัดด้วยการหายใจด้วยออกซิเจนบริสุทธิ์ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยให้ผู้ป่วยเข้าไปอยู่ภายใต้สภาพความกดบรรยากาศสูง ที่มากกว่า 1 บรรยากาศ ในห้องปรับแรงดันบรรยากาศสูง ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนในปริมาณที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการให้ออกซิเจนที่ความกดบรรยากาศปกติ ซึ่งมีข้อดีของการบำบัดด้วยวิธีนี้ อาทิ ช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนในเนื้อเยื่อ, ลดการบวมและการอักเสบของเนื้อเยื่อ ซึ่งสามารถใช้ในการบำบัดโรคและรักษาภาวะผิดปกติต่าง ๆ อาทิ ภาวะฟองก๊าซอุดตันเม็ดเลือดแดง, คาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ, แผลเบาหวาน ระดับ 3 และ 4  พร้อมกันนี้ ทรงเปิดหน่วยปฏิบัติการสวนหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งจัดตั้งแล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน 2559 เพื่อวินิจฉัยและตรวจรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ลดอัตราการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีอัตราทุพพลภาพและอัตราการเสียชีวิตลดลง โดยเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 มีบริการต่าง ๆ อาทิ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ, การรักษาเส้นเลือดหัวใจตีบผ่านทางสายสวน โดยใช้บอลลูนและขดลวด, การใส่ขดลวดในหลอดเลือดดำ เพื่อป้องกันลิ่มเลือดอุดตันที่ปอด ปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยโรคหัวใจเข้ารับบริการผู้ป่วยนอก 2,813 คน และผู้ป่วยใน 388 คน

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังอาคารอนุสรณ์ 100 ปี ฝ่ายรังสีวิทยา พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ชัยเวช นุชประยูร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย รักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา นำนายไพรัช ธัชยพงษ์ ที่ปรึกษาอาวุโสสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีแห่งชาติ และคณะ เฝ้าทูลละอองพระบาท น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเครื่อง X-ray Computer 3 มิติ ทางทันตกรรม รุ่นที่ 2.0 เพื่อใช้ในกิจการของโรงพยาบาลฯ

Tag : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชกรณียกิจ อาคารโชติพิทยเมธา โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา อาคารเทพรัตน์การุณ