รายงานพิเศษ : ทางออกเกษตรกรไทยปลูกขายไม่คุ้มทุน

วันที่ 25 มิ.ย. 2561 เวลา 11:20 น.

Views

ปีนี้เกษตรกรและผู้ค้า ไม่ว่าจะเป็น มะนาว, กระเทียม หรือ สับปะรด ต่างบอกเป็นเสียงเดียวว่า ราคาตกต่ำ หนำซ้ำยังต้องวนเวียนกับปัญหานี้ แบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างมะนาว ราคารับซื้อช่วงนี้เหลือเพียงลูกละบาท และยังมีแนวโน้มว่าจะลดลงอีก หลังผลผลิตจากสวนประดังออกมาพร้อมกันจนล้นตลาด ซื้อกันแทบไม่ทัน

หนักสุดช่วงนี้ หนีไม่พ้น "สับปะรด" ราคาดิ่งลงต่ำจากที่ปีแล้วเกือบเท่าตัว เกษตรกรต้องตัดใจขายแบบไม่มีกำไร ขอแค่ทุนที่ลงแรงไป ทำให้ราคาหน้าสวนปีนี้เหลืองเพียงกิโลกรัมละ 3-4 บาท ผลกระทบเป็นลูกคลื่น มาถึงผู้ค้าส่งที่ทำสัญญารับผลผลิตจากหน้าสวน เพราะหวังผลกำไร แต่ปีนี้ต้องแบกรับค่าขนส่ง, แรงงานไว้เอง เพราะกลัวขายของไม่ได้ ทำให้ราคาส่งสับปะรด เหลือเพียงกิโลกรัมละ 3-6 บาท และหากเป็นสับปะรดเกรด A ราคาจะอยู่เพียง 10 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น

เมื่อมองภาพรวมจะเห็นว่า ราคาสินค้าเกษตรหน้าสวน และราคาค้าส่งปีนี้ต่างปรับลดลงมาก แต่ทำไมผู้บริโภคปลายทางอย่างเราๆ ยังคงต้องซื้อราคาเดิม ไม่เป็นไปตามหลักกลไกตลาด ที่ควรจะผันตามต้นทุนผลผลิต

สุดท้ายการแก้ปัญหาราคาผลผลิตเกษตรตกต่ำ คงไม่ใช่เพียงการวางมาตรการช่วยเหลือพยุงราคา แต่ต้องลงลึกไปถึงระบบเกษตร "ปลูกพืชให้เหมาะสมตามโซนนิ่ง" วางแผนการปลูกและการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ รวมถึงตัวเกษตรกรเองก็ต้องปรับมุมมอง ไม่แห่ปลูกพืชตามราคาตลาด จนปริมาณล้นทะลักแบบทุกวันนี้ ไม่เช่นนั้นภาครัฐจะช่วยเหลืออย่างไร "เกษตรกรไทย ก็คงหลีกหนีจากวนเวียนของความยากจนไม่ได้"

Tag : เกาะติดข่าวดัง