Green Report : ปลดล็อกตัดไม้หวงห้ามในที่ดินกรรมสิทธิ์

วันที่ 9 ก.ค. 2561 เวลา 11:20 น.

Views

พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 เป็นกฎหมายที่ใช้ควบคุมการทำไม้ส่งออกและป้องปราบการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ของชาติ โดยมาตรา 7 ของกฎหมายฉบับนี้ ระบุไว้ชัดเจน ห้ามตัดไม้หวงห้ามอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะปลูกไว้ในที่ดินของตัวเองก็ตาม แต่หากต้องการตัดหรือโค่นต้องขออนุญาตจากทางการทุกครั้งทุกต้น
              
กฎหมายฉบับนี้ช่วยแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนได้มาก การลักลอบตัดไม้หวงห้าม รวมถึงกำกับดูแลการตัดไม้หวงห้าม ไม้มีค่าเพื่อการค้าอีกด้วย และเมื่อสถานการณ์บุกรุกทำลายป่าดีขึ้น ขณะที่ตลาดต้องการไม้เศรษฐกิจมากขึ้น จึงมีการเรียกร้องปลดล็อกให้ประชาชน สามารถปลูก ตัด แปรรูปไม้หวงห้ามในที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองได้อย่างถูกกฎหมาย เพื่อขยายการค้าและการส่งออกไม้ของไทย
            
กรมป่าไม้ ได้พิจารณาข้อเรียกร้องพร้อมประเมินสถานการณ์การลักลอบตัดไม้ทำลายป่าที่เริ่มดีขึ้น จึงเห็นควรยกเลิกมาตรา 7 ในพระราชบัญญัติป่าไม้ โดยไม้หวงห้ามและไม้มีค่าทั้ง 58 ชนิด เช่น ไม้สัก ไม้พะยูง ไม้ชิงชัน ที่ขึ้นในที่ดินกรรมสิทธิ์ของประชาชน ถือเป็นทรัพย์ของเจ้าของที่ดิน สามารถตัดได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ไม่ผิดกฎหมาย
              
การปลดล็อกครั้งนี้ส่งผลดีในด้านเศรษฐกิจ ประชาชนสามารถค้าไม้ได้ โดยกรมป่าไม้ เปิดให้ประชาชนยื่นเรื่องขอใบรับรองไม้ถูกกฎหมายที่สำนักงานกรมป่าในท้องถิ่น หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ E-Three โดยกรอกเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก รายละเอียดโฉนดที่ดิน ชนิดพันธุ์ จำนวน และอายุของไม้ที่ปลูก เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความถูกต้องและออกใบรับรองให้
              
ส่วนผลดีในด้านสิ่งแวดล้อม คือ เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มความสามารถในการดูดซับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ช่วยชะลอการเกิดภาวะโลกร้อน
              
สำหรับพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 7 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี ซึ่งกรมป่าไม้ คาดว่าจะสามารถประกาศใช้บังคับได้ทันภายในปีนี้
              
ล่าสุดกรมป่าไม้ ได้ประชุมร่วมกับสหภาพยุโรป เกี่ยวกับมาตรฐานการค้าไม้ส่งออกที่ถูกกฎหมาย ซึ่งการปลดล็อกมาตรา 7 ครั้งนี้ จะเป็นอีกมาตรการที่ทำให้คนไทยมีช่องทางค้าไม้ส่งออกมากขึ้น

facebook : Ch7greenreport

Tag : Green Report