รายงานพิเศษ : ปฏิบัติการค้น 11 เป้าหมาย บริษัททัวร์นอมินี

วันที่ 11 ก.ค. 2561 เวลา 06:41 น.

Views

ปฏิบัติการกวาดล้างนอมินีต่างชาติทำทัวร์ในจังหวัดภูเก็ต เพื่อหาหลักฐานดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุเรือล่มกลางทะเล เจ้าหน้าที่พบเอกสารหลายรายการมัดตัวชัดเจน ส่วนเหตุเรือฟีนิกซ์ ไดร์ฟวิ่ง ล่มกลางทะเล พบมีการประกอบเรือโดยใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน ไปติดตามจากรายงาน

เพื่อค้นหาหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในเหตุการณ์เรือล่มกลางทะเล ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 5กรกฎาคมที่ผ่านมา วานนี้เจ้าหน้าที่จาก 14 หน่วยงาน แบ่งกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบเป้าหมาย 11 แห่ง ในพื้นที่อำเภอเมืองภูเก็ต

โดยจุดแรกที่เข้าตรวจค้น เป็นที่ตั้งของ บริษัท ทีซี บลูดรีม จำกัด ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเรือฟีนิกซ์ ไดร์ฟวิ่ง เบื้องต้นพบว่าที่นี่ถูกเช่าไว้เป็นที่ตั้งสำนักงานแต่ยังไม่ถูกใช้งาน ส่วนผลการตรวจค้น เบื้องต้นพบหลักฐานหลายรายการ เช่น ใบภาษีซื้อ ใบสำคัญจ่าย เอกสารค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงหลักฐานการติดต่อแชทข้อความเป็นภาษาจีน คล้ายกับคดีทัวร์ศูนย์เหรียญในจังหวัดภูเก็ตเมื่อปี 2559

จุดที่สองเป็นที่ตั้งของ บริษัท เลซี่แคท ทราเวล จำกัด ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเรือเซเรนาต้า จากการตรวจค้นพบก็หลักฐานสำคัญหลายรายการ โดยเฉพาะอุปกรณ์ดำน้ำไม่ได้มาตรฐาน เอกสารการขอเช่าอาคารที่มีผู้ดำเนินการเป็นคนสัญชาติจีน

จุดที่ 3 เป็นบาร์ริมทะเลและบ้านพักอาศัย ชื่อ "วอเตอร์บีช คลับภูเก็ต" โดยที่ดินบริเวณดังกล่าว อดีตเป็นพื้นที่ สปก.ต่อมาถูกยื่นขอเป็นพื้นที่ นส.3 และมีการฟ้องร้องดำเนินคดี จนกลับไปเป็นสภาพพื้นที่ สปก. อีกครั้งเมื่อปี 2558 ขณะที่บาร์ดังกล่าวถูกสร้างในปี 2559 เข้าข่ายเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนชัดเจน

จุดที่ 4 เป็นอู่ต่อเรือ "คานเรือสิกิจ" ซึ่งผู้เชี่ยวชาญการต่อเรือจากภาคเอกชน ได้ข้อมูลการต่อเรือจากนายช่างที่รับต่อเรือฟีนิกส์ ไดร์ฟวิ่ง พบว่าการต่อเรือลำดังกล่าวไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเกือบทั้งลำ เพราะใช้วัตถุดิบที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตราย เช่น เครื่องยนต์จากรถบรรทุก 10 ล้อ กระจกพลาสติก PVC กำแพงประกอบจากไม้อัด และระบบระบายน้ำขังที่มีขนาดเล็กกว่ามาตรฐานเกือบเท่าตัว

นอกจากนี้ ชุดปฏิบัติการยังไปดูเรืออีกลำหนึ่งที่ถูกนำไปเก็บซ่อนห่างจากจุดตรวจค้นที่ 4 500 เมตร จากข้อมูลพบว่าเป็นเรือแฝดที่ใช้พิมพ์เดียวในการสร้างกับแบบเรือฟีนิกส์ ไดร์ฟวิ่ง เบื้องต้นพบมีสภาพอยู่ระหว่างการต่อเติม และตัวเรือมีลักษณะคล้ายคลึงกับคำให้การของนายช่างเรืออีกด้วย

หลังการตรวจค้นครบทุกจุด ทุกชุดปฏิบัติการได้รวบรวมหลักฐานกลับไปส่งให้คณะพนักงานสอบสวนเพื่อรับไปพิจารณาตรวจสอบดำเนินคดี พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน คือ นายอิทธิโรจน์ ชวาลพิพัฒน์พงศ์ หรือ ช้าง เจ้าของที่พักและบาร์ในจุดตรวจค้นที่ 4 และนางสาววรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล กรรมการบริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด ไปสอบสวนในความผิดที่เกี่ยวข้อง

นายอิทธิโรจน์ ยอมรับว่า อดีตเคยเป็นผู้จัดการให้บริษัท ทรานส์ลี่ ทราเวิล จำกัด แต่ต่อมาได้ออกมาทำธุรกิจให้เช่าเรือยอชต์ของตัวเอง เป็นเรือสั่งนำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ได้ประกอบขึ้นใหม่ในไทย ส่วนเรื่องที่พักที่รุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนอ้างว่ามีการขอเช่าจากผู้ที่มีหนังสือการครอบครองที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังมีหลักฐานอีกมากที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมนำกลับไปตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ ซึ่งรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ยังฝากย้ำเตือนไปยังบริษัทที่มีการประกอบการลักษณะเช่นนี้ ให้เลิกการประกอบธุรกิจที่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีทุกรายให้ถึงที่สุด

Tag : สนามข่าว 7 สี เกาะติดข่าวดัง บริษัททัวร์นอมินี นอมินี เรือฟีนิกซ์ เรือฟีนิกซ์ล่ม เรือล่ม เรือเซเรนาต้า