เจรจาประนอมหนี้นอกระบบ

วันที่ 11 ก.ค. 2561 เวลา 23:58 น.

Views

เจ้าของกิจการโรงงานแห่งหนึ่ง ย่านพุทธมณฑล ได้ตกเป็นลูกหนี้เงินกู้นอกระบบ โดยไปขอกู้เงินจากเจ้าหนี้นอกระบบ 14 ราย จำนวน  1,400,000 บาท โดยตกลงกันว่าจะจ่ายเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นรายวัน วันละ 70,000 บาท ซึ่งช่วงแรกๆ ก็ยังหมุนเงินมาผ่อนชำระได้  แต่หลังๆ เริ่มติดขัด ไม่สามารถจ่ายเงินกู้จนเกิดความเครียด ไร้ทางออก กลัวโรงงานที่ทำอยู่ถูกยึด เมื่อหันไปปรึกษาใครก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือ และถูกทวงเงินต้นและดอกเบี้ยทุกวัน จึงได้ตัดสินใจเข้าร้องเรียนต่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร หรือ กอ.รมน.กทม.

ซึ่ง กอ.รมน.กทม. ได้ออกติดตามจับกุมเจ้าหนี้นอกระบบได้ 11ราย และนำตัวมาเจรจาประนอมหนี้กับเจ้าของกิจการโรงงานแห่งนี้ รวมถึงช่วยเหลือลูกหนี้รายอื่น ๆ ด้วย

หลังจับกุมเจ้าหนี้เงินกู้กลุ่มนี้ได้ ก็มีลูกหนี้ส่วนใหญ่มีอาชีพค้าขายหาเช้ากินค่ำอีกกว่า 10 คน มาร้องขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเจรจาประนอมหนี้ เพราะถูกคิดดอกเบี้ยโหดมาก กู้เงินมาหลักพันบาท ต้องจ่ายทั้งต้นและดอกเบี้ยรวมกันหลายหมื่นบาท

วิธีการคิดดอกเบี้ยของ กลุ่มเจ้าหนี้นอกระบบพวกนี้ มีวิธีคิดหลายแบบเจ้าหนี้กลุ่มนี้เขาคิดแบบ หักต้นหักดอกไว้ก่อน และคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน โดยคิด 30เปอร์เซ็นต์ต่อ 24 วัน สมมุติเรากู้เงิน 5,000 บาท เราจะได้เงินมาใช้จริงๆ แค่  4,000บาท เพราะถูกหักดอกเบี้ยไว้ทันที 10 เปอร์เซ็นต์ หรือ 1,000 บาท และเราต้องผ่อนหนี้เป็นรายวันอีกวันละ 250 บาทจนกว่าครบ 24 วัน หากไม่จ่ายหรือจ่ายไม่ครบดอกเบี้ยก็จะทบต้นทบดอกไปเรื่อยๆ  สุดท้ายผู้กู้ ซึ่งหาเช้ากินค่ำก็จะไม่มีเงินจ่าย ถูกไล่ตามทวงหนี้ เกิดการทะเลาะวิวาท กลายเป็นปัญหาสังคม

การมาร้องขอความช่วยเหลือจาก เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.กทม.ครั้งนี้ ทำให้เจ้าหนี้ยอมเจรจาแก้ไขสัญญาเงินกู้ใหม่ โดยคิดดอกเบี้ยตามที่กฎหมายกำหนดคือ 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

ถึงแม้ปัญหาครั้งนี้จะจบลงได้ด้วยดี  แต่ยังมีคนอีกมากที่เป็นหนี้นอกระบบ  และถูกคิดดอกเบี้ยโหดแบบนี้  ทางออกของ ลูกหนี้กลุ่มนี้ ควรจะเข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ตอนนี้ เพื่อขอคำปรึกษาหาทางลดและชำระหนี้อย่างถูกวิธี