เที่ยงเจาะประเด็น : จ่าแซม..วีรบุรุษแห่งถ้ำหลวงฯ

วันที่ 12 ก.ค. 2561 เวลา 11:21 น.

Views

ภารกิจความสำเร็จในการช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต ทีมหมูป่า อะคาเดมี ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อย่างปลอดภัย สะท้อนให้เห็นพลังน้ำใจของคนไทยและนานาประเทศที่ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ เข้าช่วยเหลือ ตามมาด้วยกระแสยกย่องเชิดชูผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน

หนึ่งในฮีโรที่คนไทยและทั่วโลกต้องจดจำนั่นก็คือ จ่าเอกสมาน กุนัน หรือ "จ่าแซม" อดีตหน่วยซีล ที่เข้ามาเป็นจิตอาสาและเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ นี่คือ "วีรบุรุษแห่งถ้ำหลวง" ที่จะอยู่ในหัวใจของทุกคนตลอดกาล

การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในภารกิจช่วยเหลือน้องๆ 13 ชีวิต ทีมหมูป่า อะคาเดมี เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ระหว่างที่ จ่าเอกสมาน กุนัน หรือจ่าแซม อายุ 38 ปี นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ อดีตหน่วยซีล รุ่นที่ 30 ได้เข้ามาเป็นจิตอาสาช่วยลำเลียงขวดอากาศ จากโถง 3 ไปยังจุดต่างๆ ในถ้ำหลวงฯ เกิดหมดสติขณะดำน้ำ คู่ดำน้ำได้ทำการปฐมพยาบาลแต่ไม่ได้สติ สุดท้ายเสียชีวิต เรียกว่าเป็นการเสียสละพลีชีพเพื่อให้ภารกิจนี้สำเร็จ จนคนไทยและทั่วโลกยกย่องให้เขาเป็นวีรบุรุษแห่งถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พร้อมพวงมาลาหลวงพระราชทาน พวงมาลาพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ให้กับจ่าแซม โดยศพตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลาวัดบ้านหนองคู หมู่ 3 ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด
            
ทีมข่าวเที่ยงเจาะประเด็น ลงพื้นที่พบกับ นางวรีพร กุนัน ภรรยาจ่าแซม ซึ่งเปิดใจเล่าย้อนว่า ทันทีที่สามีทราบข่าวว่าทีมฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมี 13 คน ติดอยู่ในถ้ำหลวงฯ ก็เปรยทันทีว่าอยากจะไปเป็นจิตอาสา ตอนแรกบอกจะเอาของใช้จำเป็นไปให้พี่ๆ น้องๆ ที่ปฏิบัติภารกิจเท่านั้น แต่พอสามีถึงที่หมายเห็นว่าทีมยังค้นหาน้องๆ ไม่เจอ จึงอาสาเข้าช่วยเหลือทันที กระทั่งวันเกิดเหตุตนเองได้ส่งไลน์ไปหาสามีตลอดทั้งวัน แต่สามีไม่เปิดอ่าน เข้าใจว่าคงยุ่งปฏิบัติภารกิจ กระทั่งรุ่งเช้าจึงรู้ข่าวว่าสามีเสียชีวิตแล้ว วินาทีนั้นตนเองแทบใจสลาย เอาแต่ร้องไห้ ไม่คิดว่าสามีจะมาด่วนจากไปโดยไม่ทันได้ร่ำลา
   
พร้อมเล่าว่า แต่งงานกับจ่าแซม ได้ 8 ปีแล้ว สามีเป็นคนดี เสมอต้นเสมอปลาย และรักในงานจิตอาสามาก ชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่ต้องร้องขอ แม้จะใกล้ – ไกลก็จะไปทุกที่ ภูมิใจที่คนไทยยกย่องสามีเป็นฮีโร ซึ่งตนเองก็อยากฝากบอกน้องๆ ทีมหมูป่าฯ ทั้ง 13 คน ว่าออกจากถ้ำมาแล้วก็ขอให้ดูแลตัวเองให้ดี และทำตามฝันในด้านกีฬาฟุตบอลให้สำเร็จ ส่วนโค้ชเอก ก็ไม่ต้องกังวลใจ หรือโทษตัวเอง เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น และขอให้ทำหน้าที่โค้ชให้ดีที่สุด ตนเองเชื่อว่าสิ่งที่สามีอยากจะเห็นมากที่สุด นั่นคือ ทุกชีวิตปลอดภัย

ขณะที่ นายวิชัย กุนัน วัย 62 ปี พ่อของจ่าแซม เผยว่าตนเองมีลูกชาย 4 คน จ่าแซมเป็นลูกคนที่ 3 พี่น้องของจ่าแซม ได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว จ่าแซมจึงเป็นความหวังเดียวของครอบครัว หวังฝากผีฝากไข้ในยามชรา ไม่คิดว่าลูกจะมาด่วนจากไปอีกคน วันที่ทราบข่าวทั้งพ่อและแม่แทบล้มทั้งยืน เป็นลมไปหลายครั้ง แต่พอเห็นน้ำใจของผู้คนทั่วสารทิศที่มาร่วมงานศพลูกชาย ก็ทำให้ตนมีกำลังใจที่ดีขึ้น และกำลังใจที่สำคัญสูงสุดในชีวิต สร้างความปลาบปลื้มใจให้กับวงศ์ตระกูล เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับศพลูกชายไว้ในพระราชานุเคราะห์อีกด้วย
  
ตาวิชัย ยังเล่าถึงความภาคภูมิใจในตัวลูกชายว่า "จ่าแซม" เป็นคนที่แข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก โตขึ้นก็เป็นนักกีฬาไตรกีฬา มีเหรียญและถ้วยรางวัลมากว่า 3,000 รางวัล กระทั่งได้เป็นหน่วยซีล แม้จะลาออกจากราชการแล้ว แต่ตนก็ภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้มาก บ่อยครั้งที่กลับมาเยี่ยมบ้าน ลูกชายจะชอบออกไปหาปลาและทำส้มตำให้ทาน ก่อนกลับก็จะเข้ามากอด และตนก็จะลูบหัวให้พร ย้อนคิดแล้วก็ใจหาย แต่ถึงตอนนี้ก็อยากให้ลูกชายไปสบายไม่ต้องห่วงพ่อกับแม่

ความดีมีใจรักในการเป็นจิตอาสาของจ่าแซม ในมุมของผู้ที่ใกล้ชิด นอกจากคนในครอบครัว อย่างครูบาอาจารย์และลูกศิษย์ของจ่าแซม ก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "จ่าแซม" คือ ฮีโรในดวงใจ

ครูสุพจน์ บุญเหลี่ยม ครูที่เคยสอนวิชาพละศึกษาให้กับจ่าแซม ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา เล่าว่าจ่าแซม มีชื่อเล่นจริงๆ ว่า "อั๋น" มีแววเป็นนักกีฬาตั้งแต่เด็ก เล่นกีฬาได้หลายชนิด แต่ที่ชอบที่สุด คือ การวิ่ง กวาดเหรียญรางวัลมานับไม่ถ้วน ผลการเรียนก็ดี เป็นที่รักของเพื่อนๆ เสียสละและอารมณ์ดี ชอบร้องเพลง แม้โตขึ้นก็ไม่เคยลืมครูบาอาจารย์ มาเยี่ยมเยือนสม่ำเสมอ ล่าสุดตนเองไปกรุงเทพฯ จ่าแซมได้นัดทานข้าว และนำชุดกีฬามาฝาก จึงไม่แปลกใจที่ทุกคนจะชื่นชมและยกย่องลูกศิษย์คนนี้

ทีมข่าวยังได้พบกับ "น้องอาม" อดีตนักไตรกีฬาลูกศิษย์ของ "จ่าแซม" เผยว่าได้รู้จักกับจ่าแซม ที่จังหวัดนครพนม เมื่อ 15 ปีก่อน และชักชวนให้มาเป็นนักไตรกีฬา พร้อมสอนเทคนิคต่างๆ ให้แบบไม่หวงวิชา ครั้งสุดท้ายที่เจอกันเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว จ่าแซมยังบอกกับตนว่าภูมิใจที่วันนี้ลูกศิษย์ของจ่าก้าวหน้าเป็นโค้ชแล้ว ก็ไม่คิดว่าจ่าแซม จะจากไปแบบกะทันหัน รู้สึกเสียใจมาก จึงตั้งใจขับรถจากกรุงเทพฯ มาร้อยเอ็ด เพื่อเคารพศพผู้มีพระคุณ

นอกจากนั้นยังมีชาวบ้านในจังหวัดใกล้เคียงที่ต่างหลั่งไหลเดินทางมาร่วมงานศพเพื่อแสดงความไว้อาลัย อย่างพี่ๆ ทั้ง 3 คนนี้ เป็นชาว จ.ยโสธร บอกว่าติดตามข่าวน้องๆ 13 คน ติดในถ้ำหลวงฯ มาตลอด พอรู้ว่าจ่าแซม เสียชีวิต จึงตั้งใจมากราบศพจ่าแซม แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อนก็ตาม

พิสูจน์ให้เห็นว่าความมีน้ำใจ ความเสียสละ และความมุ่งมั่นในการเป็นจิตอาสาของ"จ่าแซม" ถือเป็นแบบอย่างและเชื่อว่าจะอยู่ในใจของคนไทยและคนทั่วโลกตลอดกาล สมกับการยกย่องสดุดี "จ่าแซม" คือ วีรบุรุษแห่งถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน"

Tag : เที่ยงเจาะประเด็น จ่าแซม ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ถ้ำหลวง