กรุงเทพมหานครดีเดย์จับปรับจักรยานยนต์ที่ขับขี่ขึ้นไปบนทางเท้า

วันที่ 13 ก.ค. 2561 เวลา 01:11 น.

Views

รายแรกผู้หญิงขับขี่จักรยานยนต์สวนขึ้นมาบนทางเท้าบริเวณถนนสีลม ใกล้กับแยกศาลาแดง เขตบางรัก เป็นช่วงเวลาที่ นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำลังปล่อยแถวเทศกิจ และออกตรวจความเรียบร้อยตามจุดจับปรับบนทางเท้า พอเจอแบบนี้ต้องเรียกให้หยุดและมาชำระค่าปรับขั้นต่ำทันที ณ จุดจับปรับ โดยเจ้าหน้าที่เทศกิจได้เน้นย้ำหากพบการกระทำผิดซ้ำซากจะมีโทษปรับสูงสุดถึง 5,000 บาท

ประเดิมวันแรกก็เจอผู้กระทำผิดรายแรก ซึ่งก็ถูกจับปรับไปตามระเบียบ โดยค่าปรับขั้นต่ำจะอยู่ที่ 500 บาท แต่หากเป็นหน้าเดิมๆ ทำผิดซ้ำๆ ค่าปรับก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 5,000 บาท

โครงการ "จุดกวดขัน จับ-ปรับ รถจอดหรือขับขี่บนทางเท้า" ได้กำหนดเส้นทางจับปรับอีก 115 เส้นทาง บนถนนสายหลัก หรือจุดที่ผู้คนพลุกพล่านทั้ง 50 เขต เพื่อกวดขันผู้ขับขี่ที่ฉวยโอกาสใช้ทางเท้าเป็นเส้นทางเดินรถ ซึ่งจากเดิมจะให้ผู้ที่ถูกจับกุมไปเสียค่าปรับที่สำนักงานเขต แต่หลังจากนี้ไม่ต้องแล้ว หากถูกจับไม่ว่าจะข้อหาขับขี่บนทางเท้า หรือจอดรถกีดขวางบนทางเท้า ต้องเสียค่าปรับ ณ จุดที่เจอทันที และหากไม่มีเงินชำระจะถูกยึดรถไว้ก่อนและออกใบประกอบการยึดพาหนะไว้เป็นหลักฐาน จนกว่าจะนำเงินมาชำระค่าปรับ

มาตรการอื่นๆ ที่กรุงเทพมหานคร เคยใช้ก็จะยังเดินหน้าคู่ขนานกันต่อไป ทั้งการติดตั้งเสาเหล็ก เสาพลาสติกบนทางเท้า และมาตรการจับปรับคนละครึ่งที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมถ่ายภาพผู้กระทำผิดบนทางเท้า และมารับรางวัลเป็นเงินค่าปรับครึ่งหนึ่งที่สำนักงานเขต

สำหรับประชาชนที่มีเบาะแสอยากแจ้งผู้กระทำผิดบนทางเท้า ทั้งการขับขี่รถจักรยานยนต์ จอดรถกีดขวาง หาบเร่แผงลอย หรือทิ้งขยะลงทางเท้า ตอนนี้กรุงเทพมหานคร ก็ยังรับแจ้งเบาะแสได้ตลอด 24 ชั่วโมง เช่นเคย
      
ช่องทางการแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดบนทางเท้า ยังแจ้งมาได้ทั้งช่องทางไลน์, E-mail, เฟซบุ๊ก สำนักเทศกิจกรุงเทพมหานคร เบอร์โทรสายด่วนเทศกิจ 02-465-6644 หรือจะนำข้อมูลส่งไปรษณีย์ จ่าหน้าซองถึงสำนักเทศกิจก็ได้เช่นกัน และหากหลักฐานการกระทำผิดครบถ้วน เพียงพอต่อการจับกุมผู้กระทำผิด ก็เดินทางมารับส่วนแบ่งคนละครึ่งกับเจ้าหน้าที่ได้เลย

ทุกมาตรการที่ออกมาเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะยังพบผู้กระทำผิดที่เล็ดลอดสายตาเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องคอยดูว่ามาตรการจับปรับทันทีจะเป็นอีกทางที่ช่วยกวดขันวินัยการขับขี่ให้บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย คนเดินทางเท้าจะได้ไม่เดือดร้อนต้องคอยหลบรถที่วิ่งขึ้นมา หรือลงไปเดินบนถนนเสี่ยงรถเฉี่ยวชน