รายงานพิเศษ : เผยนาทีทีมหมูป่าฯ เอาตัวรอดในถ้ำหลวงฯ

วันที่ 13 ก.ค. 2561 เวลา 16:00 น.

Views

หลังจากทีมหมูป่า อะคาเดมี ทั้ง 13 คน ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากถ้ำหลวงฯ อย่างปลอดภัย โดยทั่วโลกต่างชื่นชมปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้ ขณะที่การเอาตัวรอดในถ้ำเป็นเวลานานกว่า 9 วัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปพบตัว โดยไม่มีเด็กคนไหนบาดเจ็บ ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะสื่อต่างชาติ ต่างชื่นชมและตั้งคำถามว่าเด็กมีวิธีเอาตัวรอดอย่างไรในถ้ำ 

เสียงชื่นชม นายเอกพล จันทร์วงศ์ หรือผู้ช่วยโค้ชเอก 1 ใน 13 ชีวิต ทีมหมูป่า อะคาเดมี ที่เข้าไปติดถ้ำหลวงฯ ยังมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง  เช่นเดียวกับครอบครัวของ เด็กชายดวงเพชร พรมเทพ หรือน้องดอม วัย 13 ปี ซึ่งเป็นกัปตันทีมฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมี พ่อของน้องดอม บอกว่าหากไม่มีผู้ช่วยโค้ชเอก เด็กทั้ง 12 คน อาจไม่มีชีวิตรอด

คำบอกเล่าของเด็กๆ ทุกคนที่เล่าให้ผู้ปกครองฟัง ขณะเข้าเยี่ยมอาการ ถึงนาทีหนีน้ำเอาตัวรอด กระทั่งเข้าไปติดในถ้ำ ยืนยันว่าพวกเขาตั้งใจเข้าไปเที่ยวเพียง 1 ชั่วโมง จึงไม่ได้เตรียมอาหาร หรือตุนอาหารเข้าไปตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่เกิดเหตุไม่คาดคิดเมื่อมีฝนตกหนักน้ำไหลทะลักเข้าถ้ำอย่างเร็ว ผู้ช่วยโค้ชเอก จึงพยายามหาทางให้ทุกคนหนีรอดด้วยการวิ่งหนีน้ำ

กระแสน้ำที่เชี่ยวและไหลอย่างรวดเร็วทำให้เด็กๆ ต้องทิ้งกระเป๋าและรองเท้าเอาไว้ เพื่อเอาตัวรอด และนี่กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่พบและมั่นใจว่าเด็กๆ หนีน้ำเข้าไปหลบในถ้ำ

จากบริเวณสามแยกเข้าไปในถ้ำ เด็กเล่าว่าผู้ช่วยโค้ชเอก ใช้ไฟฉายส่องใต้น้ำจนเห็นช่องแคบที่มีทรายกั้นอยู่ จำได้ว่ามีทางเข้าไปเพราะเคยมาก่อนหน้านี้ จึงให้เด็กๆ ช่วยกันขุดและหนีเข้าไปด้านใน โดยระหว่างทางนายเอกพล จะใช้ก้อนหินขีดที่ผนังถ้ำเพื่อทำสัญลักษณ์

เมื่อหนีไปถึงเนินนมสาว นายเอกพลให้เด็กๆ ช่วยกันขุดโพรงที่อยู่สูงขึ้นไปอีก เพื่อใช้เป็นที่นอนและป้องกันความหนาว หากจะสังเกตจากคลิปวิดีโอที่นักประดาน้ำเข้าไปเจอทีมหมูป่าฯ เป็นครั้งแรก ก็จะเห็นว่าเด็กๆ ออกมานั่งที่เนินนมสาว แต่หลังจากพูดคุยเป็นที่เรียบร้อย เด็กทั้งหมดเดินกลับขึ้นไปบนจุดที่สูงกว่า

การต้องใช้ชีวิตอยู่ในถ้ำที่มืดและเต็มไปด้วยน้ำไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กๆ ทั้ง 12 คน ความกลัว ความหิวและความหนาว คือ ปัญหาสำคัญ เด็กๆ เล่าให้ผู้ปกครองฟังว่าผู้ช่วยโค้ชเอก คอยปลอบใจและสอนให้นั่งสมาธิ ไม่ใช้พลังงาน หากหิวก็จะกินน้ำที่หยดจากหินด้านบนและให้ใช้ไฟฉายวันละ 1 ครั้ง ต่อคนเท่านั้น

ตลอดเวลาที่ทั้ง13 คน ติดอยู่ในถ้ำ ได้แต่เฝ้ารอว่าจะมีคนมาช่วย เพราะพวกเขาไม่รู้วันไม่รู้คืนต้องนั่งซุกตัวเบียดกันในโพรงแคบๆ ที่ช่วยกันขุดขึ้น กระทั่งวันหนึ่งเห็นนักดำน้ำอยู่ด้านล่าง ทุกคนจึงวิ่งออกมาจากโพรงและมาร้องขอความช่วยเหลืออยู่ที่เนินนมสาว ตามที่ปรากฏในคลิป ซึ่งจุดนี้เด็กๆ บอกว่าเขาดีใจมาก เพื่อนบางคนถึงกับร้องไห้

ผู้ปกครองเล่าว่าเด็กๆ บางคนหิวจนแสบท้องแต่ผู้ช่วยโค้ชเอก ก็คอยดูแล การกินน้ำหยดจากผนังถ้ำเพื่อความสะอาด แต่ก็ยังไม่อิ่ม ต่อมาจึงให้กินน้ำที่ไหลเข้ามาบ้าง เพื่อความอยู่รอด หรือแม้แต่เด็กบางคนร้องไห้ด้วยความหนาว นายเอกพลก็สวมกอด ผู้ปกครองของเด็กทุกคน จึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผู้ช่วยโค้ชเอก ถือเป็นคนสำคัญที่ทำให้เด็กๆ มีชีวิตรอด

สอดคล้องกับภาพแรกที่นักประดาน้ำเข้าไปเจอตัวเด็กและนำคลิปออกมาเผยแพร่ ผู้คนทั่วโลกต่างตื่นเต้น ดีใจ และประหลาดใจว่าเด็กๆ เอาตัวรอดโดยมีสภาพที่ยังแข็งแรงได้อย่างไร ในขณะที่นายเอกพล มีสภาพร่างกายที่อ่อนเพลียมากกว่าเด็กๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการเสียสละ

ในวันที่ทั้ง 13 ชีวิต กลับมามีร่างกายที่แข็งแรงและกำลังเตรียมกลับออกมาใช้ชีวิตตามปกติ หลังแพทย์อนุญาตทั้ง 13 ชีวิต ทีมหมูป่า อะคาเดมี ตั้งใจว่าทุกคนจะบวชเพื่อทดแทนคุณทุกคนที่ช่วยเหลือภารกิจนี้ โดยเฉพาะ จ่าเอกสมาน กุนัน หน่วยซีลนอกราชการที่สละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยอีก 13 ชีวิต ที่ติดถ้ำหลวงฯ

Tag : เกาะติดข่าวดัง ทีมหมูป่า ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ถ้ำหลวง