เปิดบันทึกทีมแพทย์ฉุกเฉินทหารเรือ ช่วยชีวิตทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง

วันที่ 14 ก.ค. 2561 เวลา 05:02 น.

Views

นาวาเอกสรรพสิทธิ์ สงกุมาร รองผู้อำนวยการกองนาวิกเวชกิจ โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ พิมพ์ข้อความ ระบุว่า ทีมแพทย์ฉุกเฉิน ทหารเรือ ช่วยเหลือหมูป่า ขอบันทึกไว้เป็นความทรงจำดีๆ

เริ่มตั้งวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2561 นาวาเอกสรรพสิทธิ์ ได้รับโทรศัพท์ช่วงเวลา 09.00 น. จากกองแผนกรมแพทย์ทหารเรือบอกให้เตรียมทีมไปเพิ่มเติมกำลังที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ซึ่งขณะนี้มีทีมเวชศาสตร์ใต้น้ำของโรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์อยู่  จึงได้เตรียมอุปกรณ์ และเดินทางทันที

เช้าวันที่ 7 กรกฎาคม 2561 ทีมแพทย์เดินทางไปที่เต็นท์โรงพยาบาลสนามของกองทัพบกที่ถ้ำหลวง เพื่อพูดคุยกับ นายแพทย์ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ชาวออสเตรเลีย ซึ่งมีประสบการณ์เคยดำกู้ภัยในถ้ำมาแล้วทั่วโลก ถึงการช่วยเหลือเด็กๆ ทั้ง 13 คน อุปสรรคที่กังวล คือ พายุ หากมีน้ำเข้ามาเพิ่มเติมในโถงถ้ำจะยิ่งทำให้การช่วยเหลือยากขึ้น ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันประเมินสถานการณ์

นายแพทย์แฮร์ริส แนะนำแนวทางช่วยเหลือเด็กๆ โดยการให้ยาเพื่อให้เด็กๆ สงบ จะได้ไม่ตื่นตระหนก เนื่องจากเด็กๆ ต้องดำน้ำท่ามกลางความมืดและเส้นทางที่คับแคบเป็นระยะทางไกล เพราะขนาดนักดำน้ำที่มีประสบการณ์ยังมีอาการตื่นตระหนกได้ เมื่อทุกฝ่ายเห็นพ้องกันทีมแพทย์ของไทยจึงเริ่มคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสมสำหรับเด็ก หลังจากเด็กสงบแล้วจึงให้ใส่ชุดดำน้ำและหน้ากากดำน้ำแบบเต็มหน้า Full face mask จากนั้นก็พาดำน้ำออกมา ทีมไทยจะเริ่มรับเด็กที่โถง 3 และพาออกมาที่ปากถ้ำ

นาวาเอกสรรพสิทธิ์ สงกุมาร เล่าอีกว่า ปัญหา คือ การเดินทางจากโถง 2 ไปโถง 3 เพราะแม้จะเป็นระยะทางสั้นๆ แต่ก็ค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากทางแคบและต้องมุดเข้าไปในลักษณะพอดีตัว เมื่อได้ข้อสรุปทางเราก็ร่างหนังสือบอกแผนการปฏิบัติและข้อตกลงของฝ่ายไทย ฝากเข้าไปให้พันโท นายแพทย์ภาคย์ โลหารชุน หรือ หมอภาคย์ที่อยู่กับเด็กบริเวณเนินนมสาว เพื่อให้ช่วยพูดคุยและเตรียมทีมเด็กสำหรับการช่วยเหลือ

กระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 7 กรกฎาคม 2561 ทีมแพทย์ทหารเรือเดินสำรวจถ้ำหลวง โดยมีน้องพยาบาลเวชศาสตร์ฯ ที่ทำงานอยู่กับทีมซีล และเคยเข้าออกถ้ำมาหลายครั้งเป็นผู้นำทาง เริ่มจากปากถ้ำ เข้าไปเดินลงบันไดจากนั้นก็ลุยน้ำตื้นๆ เหมือนลำธาร ต่อด้วยทางขึ้นที่เป็นหินแบบบันได และลุยลงไปในโถงน้ำลึกประมาณอก จุดนี้จะมีช่วงที่มิดหัวต้องเกาะเชือกเพื่อลอยตัวเข้าไป แล้วจะต่อด้วยทางลุยน้ำประมาณเข่า จนกระทั่งพ้นส่วนนี้จากนั้นจะต่อด้วยเนินโคลน ต่อจากเนินโคลนจะเป็นส่วนที่เป็นโขดและแง่งหินซึ่งถ้ามองมาด้านข้างด้านล่างจะเหมือนเราไต่หน้าผาอยู่ ส่วนพ้นจากนี้ก็จะเป็นปากทางเข้าโถง 3 ซึ่งลักษณะเป็นปากปล่องลงไป

ตลอดทางเส้นทางนับแต่ปากถ้ำจะมีทีมงานคอยช่วยกันในเรื่องการสูบน้ำออกและตามเส้นทางที่ผ่านน้ำก็จะมีท่อสูบน้ำเป็นระยะๆ จุดปากทางเข้าโถง 3 มีท่อน้ำขนาดใหญ่วางอยู่หลายท่อ ทีมแพทย์ก็ปีนลงไปดูตรงปากปล่องทางเข้าการปีนลงค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากแคบพอควรต้องบิดตัวหลบแง่งหินลงไปดูแค่ปากทางดำเข้า เนื่องจากไม่ได้เตรียมอุปกรณ์ดำน้ำไปประกอบกับไม่ชำนาญ จึงเดินทางกลับออกมาเพื่อวางแผนช่วยเหลือเด็กๆ ทั้ง 13 คน

ที่คิดอย่างแรกตอนนั้น คือ หลังจากรับเด็กขึ้นมาจากปากทางโถง 2 แล้วเด็กควรห่อด้วยเปล SKED (เปลม้วนชนิดเคลื่อนย้ายได้ทั้งแบบลากดึง) แล้วจึงส่งลงมาโดยที่คิดเบื้องต้น คือ ตรงจุดที่เป็นแง่งหินทั้งหมดรวมถึงเนินโคลน ควรใช้คนยืน 2 ฟากและรับเปลส่งต่อกันมาเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุของคนหามเปล แต่ต้องใช้คนหลายคนมาก เมื่อมาถึงบริเวณน้ำลึกจะเอาเปลใส่  Floating  basket แล้วลอยต่อตามน้ำมา จนถึงจุดดำลงที่โถง 1 และยกเปลขึ้นมาเดินต่อถึงปากถ้ำเพื่อส่งต่อให้ทหาร เมื่อแนวคิดนี้ได้รับการสนับสนุน จึงมีการทบทวนแผนทั้งหมด และเริ่มภารกิจจนลุล่วงสามารถพาสมาชิกทีมหมูป่า 4 คนแรกออกจากถ้ำหลวงได้ ช่วงค่ำวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา

Tag : สนามข่าว 7 สี ถ้ำหลวง ทีมหมูป่า