เที่ยงเจาะประเด็น : เปิดปม กลุ่มครูร้องกู้ ช.พ.ค. ดอกเบี้ยโหด

วันที่ 20 ก.ค. 2561 เวลา 11:20 น.

Views

ทีมข่าวเที่ยงเจาะประเด็น บุกลงพื้นที่ จ.มหาสารคาม ไปพบกับ ดร.อวยชัย วะทา ประธานเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย ท่านเปิดใจว่าตัวท่านเองได้ไปกู้เงินกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ช.พ.ค. จากธนาคารออมสิน จำนวน 1,200,000 บาท ผ่อนชำระ 30 ปี เดิมธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ย 3 เปอร์เซ็นต์แต่จู่ๆ กลับปรับขึ้นเป็น 6 เปอร์เซ็นต์ 

ตอนนั้นก็ไม่ได้โวยวายอะไร ผ่อนชำระเดือนละ 7,500 บาท ไปเรื่อยๆ ผ่านมา 7 ปี พอมาเห็นตัวเลขแทบช็อก เงินต้นถูกหักไปเพียง 100,000 บาท โดยธนาคารอ้างว่า ต้องหักดอกเบี้ยให้หมดก่อน ถึงจะหักเงินต้นให้ ตนลองคำนวณดูว่าถ้าผ่อนนาน 30 ปี ดอกเบี้ยจะสูงถึง 1,500,000 บาท ซึ่งตนมองว่า ธนาคารเก็บดอกเบี้ยแบบนี้เอาเปรียบกันเกินไป จึงอยากให้รัฐพิจารณาเรื่องนี้ เป็นวาระแห่งชาติ 

ทีมข่าวยังได้เดินทางไปบ้านของครู ณตวรรษ อินทะวงษ์ วัย 65 ปี ซึ่งเป็นครูวัยเกษียณ เล่าว่า กู้เงิน ช.พ.ค.มา 1,200,000 บาท พอธนาคารออมสินปรับอัตราดอกเบี้ย MLR เป็น 6 เปอร์เซ็นต์ พบว่า เงินต้นถูกหักไปแค่ 2,000 บาท ส่วนอีก 5,500 บาท เป็นดอกเบี้ย ซึ่งมองว่ามากเกินไป

แต่ก็ยอมรับ ตนมีภาระหนี้สินจำนวนมาก เพราะไปกู้เงินนอกระบบและกู้เงินจากกองทุนต่างๆ ใช้จ่ายส่งลูกเรียนถึง 3 คน ส่วนเงินที่กู้มาตนก็เอามาซื้อที่นา ทำข้าวไรซ์เบอร์รีขาย ตั้งใจจะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุข แต่กลับต้องมาหาเงินใช้หนี้หัวโต

เพื่อความกระจ่าง ทีมข่าวได้ไปพบกับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ สกสค. จังหวัดมหาสารคาม ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ แต่ให้ข้อมูลว่า ในจำนวนลูกหนี้ ช.พ.ค.ที่ จ.มหาสารคามทั้งหมด 8,000 คน ที่ไม่จ่ายหนี้มีเพียง 44 คน ซึ่งถือว่าเป็นส่วนน้อย เหตุครั้งนี้ ไม่เพียงเสียชื่อ สกสค. เพราะเป็นตัวกลาง แต่ สกสค.ยังเดือดร้อนไปด้วย เพราะหากสมาชิกไม่จ่ายเงินกู้ ธนาคารก็จะมาหักเงินกองกลาง ของสมาชิกสกสค.ไป เดือดร้อนกันเป็นลูกโซ่ 

คุณผู้ชม เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทำให้ครูเสียชื่อโดยการกระทำของครูกลุ่มหนึ่งที่ไม่ยอมชดใช้หนี้สิน อีกด้าน กลุ่มครูที่กู้เงิน ช.พ.ค.เหมือนกัน แต่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ ได้ออกมาให้ความเห็นที่แตกต่างออกไป

อย่างท่านอาจารย์ประเสริฐ สระแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังแสง วัย 60 ปี เปิดใจว่า ตนได้กู้เงินกองทุน ช.พ.ค.มา  1,200,000 บาท ผ่อนเดือนละ 7,500 บาท เช่นกัน เรื่องธนาคารปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ตนยอมรับได้ และการกู้เงิน ก็ต้องชำระหนี้ตามกฎหมาย ส่วนตัวมองว่า ครูที่มีปัญหา อาจเพราะไปกู้เงินหลายทาง ทั้งจากเงินกู้นอกระบบ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู และเงินสวัสดิการครูอีกหลายธนาคาร เมื่อภาระหนี้สินเป็นดินพอกหางหมู จึงขาดสภาพคล่อง บางรายได้เงินบำนาญถึงเดือนละ 55,000 บาท ก็ยังติดลบได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับวินัยของแต่ละคน ตนเองเป็นลูกหนี้ชั้นดี ยังได้ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น 

ด้านผู้อำนวยการธนาคารออมสิน บอกแบบนี้ เงินกองทุน ช.พ.ค.จัดตั้งขึ้นมา เพื่อช่วยครูทั่วประเทศที่เดือดร้อนเรื่องการเงิน วงเงินกู้สูงสุด3 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เมื่อเทียบกับดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ทั่วไป สามารถคิดดอกเบี้ยสูงสุดถึง 28 เปอร์เซ็นต์ต่อปี จึงถือว่า นี่เป็นอัตราดอกเบี้ย ถูกที่สุดแล้ว

และข้อเท็จจริงพบว่า ครูที่มีปัญหาในการผ่อนชำระมีแค่ 1เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น ที่ผ่านมาทางธนาคารก็ช่วยปรับโครงสร้างหนี้มาให้โดยตลอด ช่วยประนอมหนี้ได้ถึง 3 ปี ถึงวันนี้คงไม่สามารถช่วยได้ตามข้อเรียกร้อง จำเป็นต้องเร่งรัดหนี้ หากยังไม่ชำระ ก็จะส่งฟ้องศาลตามกฎหมาย

ด้านนักวิชาการชื่อดังจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยชี้ นี่คือ ปรากฏการณ์ที่ส่งผลทำลายภาพลักษณ์ของวิชาชีพ แต่ก็วอนสังคม อย่าเพิ่งด่วนสรุปเหมารวมว่า "ครู"ทั้งหมด จะมีพฤติกรรมเช่นนี้ ยืนยันว่า ทุกวันนี้ครู มีค่าตอบแทนที่เหมาะสม และ มีสวัสดิการที่ดี น่าจะมากกว่าอาจารย์ในมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำไปอยู่ที่ตัวครูเอง ต้องใช้ชีวิตพอเพียง ไม่ยึดติดกับวัตถุนิยม

ล่าสุดดีเดย์ 1 สิงหาคมนี้ หากครูท่านใด ไม่มีการผ่อนชำระดอกเบี้ยให้กับธนาคารเกิน 3 เดือนที่ตกลงกันไว้ แน่นอนว่าทางธนาคารก็จะคงต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Tag : เที่ยงเจาะประเด็น ช.พ.ค. ดอกเบี้ยโหด