ปมร้อน...เหตุผลของ กกต.ที่ฟันธง 8 รัฐมนตรีไม่ขาดคุณสมบัติ

วันที่ 21 ก.ค. 2561 เวลา 00:59 น.

Views

เป็นตอนหนึ่งในปาถกฐาพิเศษที่พูดถึงกรณีที่ กกต. มีมติวินิจฉัยสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของอาจารย์เองกับรัฐมนตรีอื่นรวม 8 คน กรณีถูกร้องว่าขาดคุณสมบัติ หลังไปดำรงตำแหน่งอื่นในหน่วยงานของรัฐ และถือหุ้นในสัมปทานของรัฐ

โดยเหตุผลกรณีอาจารย์วิษณุ ที่ดำรงตำแหน่งอื่นในหน่วยงานรัฐอาจารย์วิษณุบอกก็บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญระบุว่า บรรดาข้อห้ามที่เขียนในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช้บังคับกับรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้ แต่บังคับใช้กับรัฐบาลถัดไป ทำให้อาจารย์เองพ้นจากข้อกล่าวหา

ส่วนรัฐมนตรีอีก 7 คนที่ถูกร้องเรื่องมีหุ้นในสัมปทานของรัฐ โดยเฉพาะ ปตท. อาจารย์ก็บอกว่า กกต.ใช้เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยแล้ว ว่าเป็นการห้ามกระทำระหว่างเป็นรัฐมนตรี ไม่ได้หมายถึงการกระทำก่อนหน้าเป็นรัฐมนตรี ดังนั้นจึงไม่ขาดคุณสมบัติด้วยเช่นกัน เพราะเป็นการถือหุ้นก่อนเป็นรัฐมนตรี และกรณีนี้จะเป็นบรรทัดฐานกับสมาชิก สนช. 90 คนที่ กกต.กำลังไต่สวน เพราะมีลักษณะเดียวกัน

อาจารย์สรุปว่ากรณีตนเองไม่ใช้บังคับในรัฐบาลชุดนี้ ส่วนกรณี 7 รัฐมนตรี รวมถึง 90 สนช. หากมีหุ้นลักษณะนี้ก่อนเข้ารับตำแหน่ง อย่างไรก็ไม่ผิด เป็นอันจบเรื่องที่ถูกร้องขาดคุณสมบัติแล้ว

ส่วนปมนาฬิกาหรูของ ท่านพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ มีคำยืนยันจาก ป.ป.ช. ว่าไม่ได้ยื้อเวลา แต่ขอรอข้อมูลก่อน โดยเฉพาะจากต่างประเทศ แต่ ป.ป.ช.ท่านบอกว่าหากไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติม ก็พร้อมสรุปสำนวนเท่าที่มีได้เช่นกัน

โดย คุณวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช. บอกว่า ขณะนี้ข้อมูลภายในประเทศเพียงพอที่จะสรุปได้แล้ว เหลือข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศที่ทำเรื่องขอข้อมูลผ่านขั้นตอนกฎหมายไปแล้ว เพื่อให้สำนวนมีความสมบูรณ์ ซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่าจะได้ข้อมูลเมื่อไร

แต่ทั้งหมดยืนยันว่าไม่ใช่การยื้อเวลา เพราะถ้าไม่ได้ข้อมูลจริงๆ ก็สามารถสรุปเรื่องได้จากข้อมูลที่มีอยู่ ทั้งนี้ ป.ป.ช.เข้าใจดีว่าสังคมจับตาและหากล่าช้าก็จะไม่เป็นผลดีต่อ ป.ป.ช.เอง จึงขอให้ความมั่นใจกับสังคมว่า ป.ป.ช.จะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

ส่วนกรณีสินบน บริษัทมิตซูบิชิ ฮิตาชิ พาวเวอร์ ซิสเต็ม จ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ทางการของไทยมูลค่า 20 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ ป.ป.ช.ร่วมมือกับอัยการญี่ปุ่น ดำเนินการรวบรวมข้อมูล พยานหลักฐาน และตรวจสอบแล้วร้อยละ 80 พบผู้เกี่ยวข้องเป็นระดับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ 4-5 คน ที่เรียกรับสินบน และมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ข้อมูลมีเพียงพอต่อการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว จากนี้ต้องรอผลสรุปเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา และเปิดโอกาสเพื่อให้ความเป็นธรรมให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงต่อไป

สำหรับกลุ่มสามมิตรที่เคลื่อนไหวในขณะนี้ โดยเฉพาะโชว์พลังดูดอดีต สส. ล่าสุด คสช. เตือนแล้วว่าอย่าล้ำเส้นกรอบกฎหมาย พร้อมย้ำใช้มาตรฐานเดียวกันทุกกลุ่ม ไม่เลือกข้าง และยืนยันไม่มีใช้ทหารร่วมดูดอดีต สส.

โดยมีคำเตือนจาก พลตรีปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ในฐานะ ทีมโฆษก คสช. ไปถึงการเดินสายพบปะประชาชนและการใช้พลังดูดอดีต สส.ของกลุ่มสามมิตร ว่าต้องทำภายใต้กรอบกฎหมาย ต่างคนต่างไม่ละเมิดก้าวล่วงกัน ซึ่งทาง คสช.จะติดตามดูความเคลื่อนไหว เพื่อให้ทุกอย่างเดินต่อไปได้ตามโรดแมปการเลือกตั้ง ต้นปี 2562

เมื่อถามว่ากลุ่มสามมิตรใช้พลังดูด สส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. ถือว่าขัดคำสั่ง คสช.หรือไม่ และทำไมไม่ถูกติดตามเหมือนกลุ่มอื่นๆ เป็น 2 มาตรฐานหรือไม่

พลตรีปิยพงศ์บอกว่า ไม่ว่าฝ่ายการเมืองใด คสช.ก็ปฏิบัติเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ย้ำว่าเป็นไปไม่ได้ที่ทหารจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับพลังดูด เพราะไม่สามารถทำอะไรที่นอกจากภารกิจ อีกทั้งมีสังคมจับจ้อง ตรวจสอบความเคลื่อนไหวอยู่ ทหารจึงต้องระมัดระวัง ไม่ทำอะไรนอกลู่นอกทางแน่นอน