ประชาชนหลายพื้นที่ ทำแนวป้องกันรอรับน้ำ

วันที่ 9 ส.ค. 2561 เวลา 05:02 น.

Views

ชาวบ้านในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ยังคงทยอยออกมาดูระดับน้ำที่ไหลผ่านแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณชุมชนอุรุพงษ์ ค่ายรามราชนิเวศน์ ที่มีระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้หลายครัวเรือน จะยกของไว้ที่สูง และทำแนวป้องกันไว้หน้าบ้านแล้ว แต่ยังเชื่อว่า ปีนี้ ระดับน้ำจะเอ่อท้นเข้าท่วมน่าจะไม่สูงเท่ากับปีก่อน 

เพจ "ราชสีห์ จิตอาสา" โพสต์ภาพและรายงานสถานการณ์น้ำท่วมหมู่บ้านพุเข็ม ซึ่งอยู่เหนือเขื่อน "แก่งกระจาน" เมื่อ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่าได้รับผลกระทบจากมวลน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนและโรงเลี้ยงสัตว์ ที่ปลูกอยู่พื้นที่ลุ่มต่ำตลอดริมเขื่อน บางหลังเกือบจมมิดหลังคา มีชาวบ้านเดือดร้อน ประมาณ 30 หลังคาเรือน 

ส่วนพื้นที่ปลายน้ำ ชาวบ้านใหม่ล่าง หมู่ 2  ตำบลบางครก อำเภอบ้านแหลม ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำเพชรบุรี เริ่มมีปริมาณน้ำเอ่อท้นเข้าท่วม แต่ยังไม่สูงมาก วัดระดับอยู่ที่ 20-30 เซนติเมตร 

ทั้งนี้ กรมชลประทาน เร่งการขยายคลองสายใหญ่ 3 เพื่อรอรับมวลน้ำจากเขื่อน "แก่งกระจาน" และเขื่อน "เพชร" ให้ลงสู่คลองชลประทานและไหลออกทะเลอ่าวไทย โดยไม่ผ่านตัวเมือง เพื่อเป็นการตัดยอดน้ำที่จะหลากลงมาเพิ่ม คาดว่าจะเสร็จในวันพรุ่งนี้

พื้นที่ที่น่าห่วงในตอนนี้ คือ จังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจากเขื่อน "วชิราลงกรณ" มีปริมาณเกิน 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว ชลประทานต้องปรับแผนการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนและปริมาณน้ำที่ระบายออก มีความสัมพันธ์กัน โดยให้มีผลกระทบกับชาวบ้านน้อยที่สุด

สถานการณ์น้ำทางภาคอีสาน แม้แม่น้ำโขงจะเริ่มลดระดับลงแล้ว แต่แม่น้ำมูล ที่ไหลผ่านอำเภอเมืองอุบลราชธานี มีปริมาณสูงขึ้นและเอ่อท้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณชุมชนวังแดง ทำให้ชาวบ้านเริ่มอพยพขึ้นมาอาศัยจุดพักชั่วคราว ที่เทศบาลฯ จัดเตรียมไว้ให้ 

เขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานชลประทานที่ 7 อุบลราชธานี รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง เฉลี่ยมีความจุร้อยละ 63 มีเพียง 2 แห่งที่ความจุเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ คือ ฝายห้วยโดน และฝายห้วยหินกอง อำเภอบุณฑริก

ภาคใต้ มีน้ำป่าจากเทือกเขาพนมเบญจาหลากเข้าท่วมตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ ความเชี่ยวกรากของกระแสน้ำ ยังพัดต้นไม้ลงมาด้วย และยังกัดเซาะตลิ่งเป็นแนวยาว  กว่า 300 เมตร พืชสวนไร่นาของเกษตรกรถูกน้ำหลากเข้าท่วมเสียหาย ละวัวที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ ถูกกระแสน้ำพัดหายไปกว่า 10 ตัว

สำหรับเส้นทางที่ขึ้นสู่ภูทับเบิก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ยังพบการทรุดตัวต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่แขวงการทางที่ 1 ที่ยังคงอยู่ระหว่างการซ่อมแซม คาดว่า อาจต้องใช้เวลาถึง 1 เดือนครึ่ง จึงจะสามารถเปิดให้ใช้ได้

นักท่องเที่ยว ที่ต้องการเดินทางขึ้นไปชมธรรมชาติ แนะนำให้ใช้เส้นทาง สาย 12 สาย 2013 สาย 2331 หล่มสัก-แคมป์สน บ้านแยง-นครไทย และภูหินร่องกล้า-ภูทับเบิกแทน แม้จะมีระยะทางที่อ้อม แต่เพื่อความปลอดภัย