เจ้าหน้าที่จัดทำช่องเว้าแก้ปัญหารถติดถนนลาดพร้าว

วันที่ 9 ส.ค. 2561 เวลา 00:52 น.

Views

ล่าสุดก็มีข่าวความหวังหลังจากที่ นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. เปิดเผยว่าได้หารือเรื่องนี้กับ พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะทำงานแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในถนนลาดพร้าว

ปัญหาที่เกิดขึ้น รฟม. ยอมรับว่าเป็นผลมาจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง เส้นทางลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กิโลเมตร มีสถานีรวม 23 สถานี และเริ่มต้นก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมจึงมีมติให้ รฟม. ประสานกับกรุงเทพมหานคร จัดทำช่องเว้าบนทางเท้าเพื่อให้เป็นจุดจอดรถเมล์และรถแท็กซี่ รวมถึงรถโดยสารสาธารณะอื่นๆ โดยจำเป็นจะต้องย้ายเสาไฟฟ้าและวางระบบท่อระบายน้ำใหม่ เนื่องจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองต่อจากนี้จะต้องวางเครื่องจักรขนาดใหญ่ เพื่อลงเสาเข็มและวางฐานราก ซึ่งจะทำให้ถนนลาดพร้าว หลายจุดต้องปิดจนเหลือเพียง 1 ช่องจราจร

โดยประเมินว่าการจราจรในพื้นที่ลาดพร้าว จะติดขัดไปจนกว่าที่อุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธิน จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้บริการได้ในปลายปีจากนั้น ซึ่งปีหน้าเป็นต้นไปสภาพการจราจรบริเวณนี้น่าจะดีขึ้น และหลังการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ เส้นทางหมอชิต - คูคต ก่อสร้างเสร็จการจราจรจะคล่องตัวมากกว่านี้

ส่วนอีกกระแสที่ว่อนในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีคลิปอุบัติเหตุในอุโมงค์ โดยอ้างว่าเป็นทางเชื่อมผืนป่า ซึ่งกรมทางหลวง ก็ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง และขอร้องผู้เห็นคลิปอย่าส่งต่อเพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด

ผู้โพสต์อ้างว่าอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น "ช่วงทางลอดอุโมงค์ ขึ้นเขาปักธงชัย-กบินทร์บุรี 304 ขับขี่รถเข้า-ออกอุโมงค์ ระวังด้วย สายตายังปรับแสงไม่ทัน ลดความเร็วลงจะได้ปลอดภัยครับ”

กรมทางหลวง ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า คลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่เกิดขึ้นในอุโมงค์ที่ต่างประเทศ ไม่ใช่อุโมงค์บนทางหลวง ขอร้องผู้พบเห็นคลิปอย่าส่งต่อคลิปดังกล่าวเพราะจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด

โดยปัจจุบันกรมทางหลวง เปิดใช้อุโมงค์บนทางหลวงหมายเลข 304 (ทางเชื่อมผืนป่า) ชั่วคราว และได้ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างภายในอุโมงค์ โดยมีการปรับแสงให้เหมาะสมทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืน พร้อมแนะนำการขับรถผ่านอุโมงค์ทางลอด เพื่อเลี่ยงอุบัติเหตุ เช่น ใช้ความเร็วตามป้ายเตือน ไม่ใช้อุโมงค์ทางลอดเป็นที่หลบฝน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์และชะลอความเร็วรถเพื่อให้สายตาใช้ระยะเวลาปรับแสงประมาณ 3 วินาที จึงสามารถเห็นเส้นทางได้อย่างชัดเจน