ศาลสั่งจำคุก เณรคำ 114 ปี ฉ้อโกง-ฟอกเงิน สั่งชดใช้เงินผู้เสียหาย 29 ราย

วันที่ 9 ส.ค. 2561 เวลา 15:45 น.

Views

เช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้เบิกตัว นายวิรพล สุขผล อายุ 39 ปี หรือ อดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรือ อดีตหลวงปู่เณรคำ จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เดินทางไปยังศาลอาญา ถนนรัชดา เนื่องจากศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวิรพล ที่ทางการสหรัฐอเมริกา ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน เป็นจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยปาราชิกพ้นจากความเป็นภิกษุสงฆ์ เพราะเสพเมถุน ถือว่าไม่ได้เป็นภิกษุที่ปฏิบัติดี ในช่วงเวลาที่มีการเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมสร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก จึงเป็นการหลอกลวง อีกทั้งการก่อสร้างพระแก้วมรกตไม่ได้มีการนำหยกจากประเทศอิตาลีมาก่อสร้างตามที่กล่าวอ้าง แต่กลับใช้อิฐหินปูนมาก่อสร้างแทน

และยังมีพฤติการณ์ใช้เงินบริจาคฟุ่มเฟือย เช่น ซื้อรถยนต์หรูหลายคัน เช่าเครื่องบินส่วนตัวเดินทาง และใช้สินค้าราคาแพง จึงเป็นการนำเงินบริจาคของประชาชนที่มีความศรัทธาไปใช้ส่วนตัว ไม่ได้ทำตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค ถือว่ามีความผิดจริง จึงพิพากษาให้จำคุก 87 ปี ในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน ให้จำคุก 24 ปี ความผิดฐานฟอกเงิน และให้จำคุก 3 ปี ฐานความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมแล้วให้จำคุก 114 ปี แต่ตามกฎหมายกำหนดให้ลงโทษได้ไม่เกิน 20 ปี คงเหลือให้จำคุก 20 ปี และชดใช้เงินตามจริงให้กับผู้เสียหาย 29 คน

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นระหว่างปี 2552 ถึง 2556 จำเลยอาศัยความเป็นพระภิกษุ ในฐานะประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ และความศรัทธาของประชาชน หลอกลวงว่า  นิมิตพบองค์อินทร์ ขอให้สร้างพระแก้วมรกต องค์ใหญ่ที่สุดในโลก และสร้างมหาวิหารครอบองค์พระ โดยใช้หยกเขียวแท้จากประเทศอิตาลี และสร้างเครื่องทรงพระแก้ว 3 ฤดูด้วยทองคำแท้ และก่อสร้างเสาวิหารแก้ว 199 ต้น รูปหล่อพระทองคำ ซึ่งเป็นรูปเหมือนจำเลย ก่อสร้างวิหารสำหรับประชาชนที่วัดป่าขันติธรรม สาขา 1 จังหวัดอุบลราชธานี สร้างวัดที่จังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งการจัดซื้อเรือจากประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 

โดยประกาศ ชักชวนให้ประชาชน นำเงิน ทองคำ และทรัพย์สินมาบริจาคกับจำเลย ที่วัดป่าขันติธรรมโดยจัดตู้บริจาค 8 ตู้ นอกจากนี้ยังใช้เว็บไซต์ ชื่อ หลวงปู่เณรคำ www.Luangpunenkham.com เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับการจัดสร้างสิ่งต่างๆ จนมีผู้เสียหาย 29 ราย หลงเชื่อเข้าร่วมบริจาคเงินและทรัพย์สินจำนวนกว่า 28 ล้านบาท ทั้งที่ความจริงแล้วจำเลยมิได้ก่อสร้างใดๆ เลย 

ขณะที่ผู้เสียหายเบิกความยืนยันเหตุที่ร่วมทำบุญกับจำเลย เพราะมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา เชื่อว่าจำเลยเป็นผู้ปฏิบัติดี มีปาฏิหาริย์ เป็นพระอรหันต์ จึงมีจิตศรัทธาบริจาคให้โดยไม่คิดว่าจะถูกหลอก โดยการบริจาคมีทั้งมอบให้จำเลยโดยตรง โอนเงินผ่านบัญชี หรือหยอดตู้บริจาค

ต่อมาพบว่าจำเลยใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยปราศจากเหตุผล ซื้อเครื่องบินส่วนตัว รถยนต์หรู และรถตู้รวมหลายสิบคัน โดยรถระบุชื่อจำเลยเป็นเจ้าของ มีพยานหลักฐานการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก พยานบุคคลเบิกความตามที่รู้เห็น พยานเอกสารสามารถตรวจสอบได้

ส่วนทรัพย์สินที่จำเลยนำไปใช้ส่วนตัวนั้น ภายหลังศาลแพ่งได้พิพากษาให้ยึดทรัพย์จำนวนกว่า 43 ล้านบาท เป็นพยานหลักฐานสำคัญว่านำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งจำเลยก็มิอาจนำสืบให้เห็นได้ว่าที่มาของทรัพย์สินนั้นมาจากไหนอย่างไร

นอกจากนี้ยังมีคดีที่อัยการโจทก์ขอให้นับโทษต่อจากคดีที่อดีตหลวงปู่เณรคำ ถูกฟ้องข้อหากระทำชำเราเด็กหญิงนั้น ศาลอาญายังไม่มีคำพิพากษาในขณะนี้ จึงให้ยกคำขอนับโทษต่อ โดยศาลอาญาจะนัดพิพากษาในเดือนตุลาคมนี้

Tag : เณรคำ จำคุกเณรคำ