ยื่นอุทธรณ์ให้ประหารชีวิต “เปรี้ยว” กับพวกฆ่าหั่นศพ

วันที่ 9 ส.ค. 2561 เวลา 17:15 น.

Views

นายนพดล สีดาทัน ทนายโจทก์ร่วมคดีฆ่าหั่นศพนางสาววริศรา หรือ แอ๋ม กลิ่นจุ้ย พนักงานสถานบริการแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น นำสำนวนคำอุทธรณ์ จำนวน 43 หน้า เข้ายื่นอุทธรณ์ในคดีดังกล่าว ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ และนางสาวพิชชาภา คำเพิงใจ และนายนพดล สีดาทัน ทนายความโจทก์ร่วมกับ นางสาวปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 5 คน ในข้อหาความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อเสรีภาพ โดยนายนพดล ได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น เนื่องจากเห็นว่าศาลตัดสินเบากว่าข้อเท็จจริงที่โจทก์วิเคราะห์ แล้วเห็นว่า จำเลยมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดที่สมควรได้รับโทษสูงสุดคือประหารชีวิต

นายนพดล ทนายโจทก์ร่วม กล่าวว่า หลังจากศาลจังหวัดขอนแก่นอ่านคำพิพากษาในคดีดังกล่าว โดยยกฟ้องนางสาวเปรี้ยว นางสาวเอิร์น นางสาวแจ้ และนายวศิน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน วันนี้ตนในฐานะทนายโจทก์ร่วม และครอบครัวของผู้เสียหาย จึงมาขอยื่นอุทธรณ์ เพื่อต่อสู้คดีใหม่ เพื่อให้ศาลมี คำพิพากษาตามฟ้องโจทก์เดิม คือ นางสาวปรียานุช หรือ เปรี้ยว โนนวังชัย พร้อมพวกร่วมก่อเหตุฆ่าหั่นศพนางสาววริศรา หรือ แอ๋ม กลิ่นจุ้ย โดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามมาตรา 289 และให้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยทั้ง 4 คน คือนางสาวเปรี้ยว นางสาวเอิร์น นางสาวแจ้ และนายวศิน ชำระค่าไร้อุปการะให้กับโจทก์ร่วม และค่าใช้จ่ายตาม ความจำเป็น จำนวน 10,300,000 บาท เท่ากับคำฟ้อง

ซึ่งจากคำให้การของพยานที่ผ่านมา มีความชัดเจนว่า จำเลยทั้ง 4 คน ได้แบ่งหน้าที่การทำงานจนสามารถฆ่าหั่นศพนางสาวแอ๋ม ตามที่ได้ตั้งใจ และไตร่ตรองไว้ โดยมี ทั้งการลงไปซื้ออาวุธ มีการไตร่ตรอง เพื่อนำถุงดำมาผูกคอฆ่าให้ตาย  และไตร่ตรองซ้ำการหั่นศพ ให้เป็นชิ้น เล็กๆ และไปทำลาย รวมทั้งฝังดิน เพื่อให้ตัวเองพ้นผิด ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนับว่าเป็นการกระทำที่โหดร้ายและเหี้ยมโหด นอกจากนี้มีการไตร่ตรองว่า จะซ่อนศพอย่างไร เอาศพไปทำลายแบบไหน เพื่อไม่ให้ใครเห็น และพวกตัวเองได้หลุดพ้นจากการกระทำความผิดในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม หลังจากยื่นอุทธรณ์ไปแล้วทางจำเลยจะแก้หรือไม่ แก้อุทธรณ์ก็เป็นเรื่องของฝ่ายจำเลย เมื่อเข้าสู่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยที่จะเป็นองค์คณะของศาลอุทธรณ์ในเวลาไม่เกิน 6 เดือน เพราะโทษที่ศาลชั้นต้น ตัดสินมามีฐานความผิดฆ่าคนตายโดยเจตนา เป็นเรื่องธรรมดาครอบครัวของผู้เสียชีวิต จึงไม่พอใจขอ ยื่นอุทธรณ์ เพื่อต่อสู้คดีใหม่ในชั้นอุทธรณ์ โดยต่อสู้ว่าเป็นการไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะมีสาเหตุโกรธเคือง มีการเตรียมเช่ารถที่นำนางสาวแอ๋มไปฆ่าหั่นศพ มีการวางแผนด้วยการแบ่งหน้าที่กันทำ 4 คน ไม่มีนางสาวเบนซ์ เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ได้ทราบว่าในฝ่ายของจำเลยได้ทราบว่ายังไม่มีการยื่นอุทธรณ์ แต่ได้ขยายเวลาในการ ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งตนเชื่อว่าทนายจำเลยยื่นอุทธรณ์ เพราะว่าศาลตัดสินในคดีดังกล่าวในมาตรา 288 หนักเกินไป ต้องลงโทษเบากว่ามาตรา 288 คือ ทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย

สำหรับการยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำตัดสินของศาลชั้นต้นในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 ศาลจังหวัดขอนแก่นได้พิพากษาคดี โดยให้นางสาวปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย พร้อมพวกร่วมก่อเหตุ ฆ่าหั่นศพนางสาววริศรา หรือแอ๋ม กลิ่นจุ้ย โดยพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตนางสาวปรียานุช หรือเปรี้ยว และนางสาวกวิตา หรือเอิร์น ราชดา ในความผิดร่วมกันฆ่าทำลายศพ และร่วมกันลักทรัพย์ แต่ให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือ 34 ปี 6 เดือน ส่วนนางสาวอภิวันท์ หรือแจ้ สัตยบัณฑิต จำคุก 33 ปี 9 เดือน ข้อหาร่วมกันฆ่า ทำลายศพและเสพยาบ้า นายวศิน หรือนิว นามพรหม จำคุก 23 ปี 4 เดือน 20 วัน ข้อหาทำลายศพ และร่วมกันลักทรัพย์

ส่วนนางสาวจิดารัตน์ หรือเบนซ์ พรมคุณ จำคุก 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในข้อหารับของโจร พร้อมกันนี้ให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย 1,070,000 บาท แก่ครอบครัวผู้ตาย
ทั้งนี้ศาลให้เหตุผลว่าจำเลยไม่ได้ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่เจตนาล่อลวงผู้เสียชีวิตขึ้นรถไป ทำร้ายร่างกาย ต่อมาทั้งสองมีปากเสียงกัน จึงเปลี่ยนเจตนาเป็นฆ่า และอำพรางศพ ก่อนนำตัวจำเลยทั้ง 4 ราย คือนางสาวเปรี้ยว นาวสาวเอิร์น นางสาวแจ้ และนายวศิน ไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากนักโทษคดีร้ายแรงที่มีโทษสูงเกิน 15 ปี

Tag : ยื่นอุทธรณ์ประหารชีวิต “เปรี้ยว” ฆ่าหั่นศพ จ.ขอนแก่น