ตำรวจเตรียมจับเพิ่มแก๊งดาราฉ้อโกงชาวต่างชาติ

วันที่ 11 ส.ค. 2561 เวลา 05:01 น.

Views

พลตำรวจตรีไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม เปิดเผยความคืบหน้า การสอบสวนพบข้อมูลมีอีก 5-6 คน  เกี่ยวข้องกับกรณีที่นายจิรัชพิสิษฐ์  จารวิจิต หรือ บูม นักแสดงละครซีรีส์ และพี่น้องในครอบครัวร่วมกันฟอกเงิน ด้วยการหลอกลวงชาวต่างชาติ ให้โอนเหรียญบิตคอยน์ ซึ่งคิดเป็นเงินไทยกว่า 700 ล้านบาท มาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และเตรียมจะออกหมายจับเพิ่มฐานฉ้อโกง ซึ่งคนกลุ่มนี้จะเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงโดยตรง แต่ยังไม่ใช่นักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์      

ส่วนนักลงทุนรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ ที่ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงนี้ โดยอ้างว่าเป็นผู้เสียหาย เพราะถูกหลอกลวงเช่นกันนั้น ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ที่ตำรวจจะต้องตรวจสอบ ว่าเป็นไปตามที่กล่าวอ้างหรือไม่

สำหรับ บริษัท 3 แห่ง ที่นายปริญญา พี่ชายของบูม ใช้อ้างกับผู้เสียหายให้นำเงินมาลงทุน ตรวจสอบแล้ว บางบริษัทมีการเปิดขึ้นทั้งในประเทศไทยและฮ่องกง ซึ่งมีคนในตระกูลจารวิจิต เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่ามีการอ้างชื่อบริษัทอีกหลายแห่งในการหลอกลวงผู้เสียหาย และบางบริษัทก็ไม่มีอยู่จริง ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ส่วนการติดตามจับกุมตัวนายปริญา และนางสาวสุพิชย์ฌา พี่ชายและพี่สาวของบูม พบประวัตินายปริญญา เคยถูกตำรวจ สน.วัดพระยาไกร ออกหมายจับในคดีฉ้อโกง ส่วนนางสาวสุพิชย์ฌา ให้คนประสานว่าจะขอเข้ามอบตัว แต่ยังไม่ได้กำหนดวัน เวลา และสถานที่

และเมื่อวานนี้ ได้มีการนำตัวบูม ไปขออำนาจศาลฝากขัง พร้อมคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากคดีมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว ด้วยหลักทรัพย์ 2,000,000 บาท แต่ห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

ปั๊ม AF 5 ฟ้องไฮโซสาวหลอกลงทุนซื้อที่ดิน จ.นนทบุรี
ที่จังหวัดนนทบุรี นายคเณศณัฎฐ์ สุขศิริภูวดล หรือปั๊ม เอเอฟ 5 นักร้องและเจ้าของธุรกิจเซรามิก นำหลักฐานยื่นฟ้องต่อศาลแขวงนนทบุรี
หลังถูกไฮโซสาวนายหน้าค้าที่ดินคนหนึ่ง หลอกให้ร่วมลงทุนซื้อขายที่ดินมูลค่า 513 ล้านบาท โดยไฮโซสาวนำตราสารหนี้ และพันธบัตรราคา 500 ล้านเหรียญดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งคิดเป็นเงินไทยประมาณ 2,000 ล้านบาทมาให้ดู แต่อ้างว่ายังไม่สามารถนำเงินมาจ่าย
เป็นค่าที่ดินได้ เนื่องจากต้องใช้เงินจำนวนหนึ่ง ทำเรื่องโอนเงินระหว่างประเทศ และได้ขอยืมเงินจากตน  เป็นค่าเดินเรื่องโอนเงินหลายครั้ง   รวมแล้วเกือบ 6,000,000 บาท จากนั้นได้ออกเช็คคืนให้ แต่ไม่สามารถขึ้นเงินได้ เพราะเช็คเด้ง

เมื่อมั่นใจว่าถูกหลอกแน่แล้ว จึงรีบดำเนินการฟ้องร้อง เนื่องจากคดีเช็คจะมีอายุความเพียง 3 เดือน หากนานกว่านี้จะเอาผิดได้ยาก
      
ถูกหลอกทำบัตรไร้สถานะทางทะเบียน จ.กาญจนบุรี
ที่จังหวัดกาญจนบุรี นางสาวประภาพร คำเขียว และนางสาวกฤษณา ช่างเจริญ ผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี หลังถูกชายคนหนึ่ง อ้างตัวเป็นคนเดินเอกสาร และสามารถประสานเรื่องกับทางอำเภอให้ออกบัตรประจำตัวรับรองให้กับผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนได้ แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเดินเรื่องคนละ 2,000 บาท และเมื่อได้บัตรแล้วค่อยจ่าย
เพิ่มอีกคนละ 5,000 บาท

ซึ่งผู้เสียหายทั้ง 2 คนก็หลงเชื่อ เพราะอยากมีบัตร จะได้นำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ โดยนัดพบกับชายคนดังกล่าว ที่บริเวณสวนหย่อมข้างที่ว่าการอำเภอเมืองกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา และได้มอบเอกสาร พร้อมเงินคนละ 2,000 บาท ตามที่ตกลงกันไว้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อชายคนดังกล่าวได้อีก

เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องไว้ พร้อมฝากเตือนประชาชน หากพบการกระทำในลักษณะดังกล่าวอย่าหลงเชื่อ เพราะการทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน ต้องไปทำที่ ที่ว่าการอำเภอประจำภูมิลำเนาของตนเอง เท่านั้น