X

www.ch7.com จะทำการปรับปรุงระบบในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 เวลา 00:00 น. ถึง เวลา 03:00 น. (คืนวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561) ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถเข้าใช้งานบางส่วนของเว็บไซต์ได้ชั่วคราว แต่ทั้งนี้ ในส่วนของดูทีวีออนไลน์และคลิปละครย้อนหลัง ยังสามารถรับชมได้ตามปกติ ทางทีมงานจึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

สนข.จับประเด็น "วิธีช่วยลดเงินต้นลดดอกเบี้ย"

วันที่ 18 ส.ค. 2561 เวลา 05:01 น.

Views

ปัญหา "หนี้สิน" ของคนไทยมีมากติดอันดับ 3 ของเอเซีย และที่น่าห่วงคือ คนไทยเริ่มมีหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานเริ่มมีหนี้ โดยเฉพาะหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต ดังนั้นเราจึงต้องรู้จักวิธีการผ่อนชำระให้จ่ายดอกเบี้ยน้อยที่สุด

จากข้อมูลของ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร ที่ระบุว่า ช่วงต้นปี 2560 พบคนช่วงอายุ 16-35 ปี กว่า 5,200,000 คน มีหนี้สินรวมกันกว่า 2,130,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีประวัติผิดนัดชำระหนี้กว่า 1,000,000 คน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีอายุ 29 ปี มีหนี้สินต่อคนอยู่ประมาณ 150,000 บาท และเสี่ยงเป็นหนี้เสียสูงมาก

สาเหตุที่คนช่วงวัยนี้เริ่มมีหนี้สิน เพราะไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปตามการเติบโตของสังคมเมือง และช่องทางการใช้จ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์และบัตรเครดิตต่างๆ

เมื่อตัดสินใจเป็นหนี้ ก็ต้องรับผิดชอบหาทางชำระหนี้เงินกู้ ทั้งต้นและดอกเบี้ยให้ครบตรงเวลา เพื่อจะได้ไม่ถูกเรียกค่าปรับ และรักษาประวัติการเงินของเราไม่ให้เสียหาย

เมื่อต้องชำระหนี้ เราก็มีวิธีมาบอกว่าต้องอย่างไรให้จ่ายดอกเบี้ยน้อยที่สุด วิธีที่จะแนะนำต่อไปนี้ใช้ได้กับผู้กู้เงินทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร เราๆ ท่านๆ ทั่วไป รวมไปถึงผู้ประกอบการ SME

ก่อนจะเป็นหนี้ เราต้องคิดให้ดีให้รอบครอบก่อนว่า เราจะกู้เงินเพื่ออะไร กู้เท่าไร กู้นานแค่ไหน จากนั้นก็เริ่มหาข้อมูล เงื่อนไขการปล่อยกู้ของแต่ละธนาคาร ซึ่งมีสิ่งที่เราต้องดูเป็นพิเศษคือ อัตราดอกเบี้ย วงเงินสูงสุดต่ำสุดที่เราจะกู้ได้ ระยะเวลาการไถ่ถอนยาวที่สุด รวมทั้งเงื่อนไขค้ำประกันสินเชื่อ

เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็นำมาเปรียบเทียบ แน่นอนว่าเรื่องเงินๆ ทองๆ เป็นอะไรที่เข้าใจยาก ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจต้องถามให้รู้ ถามเจ้าหน้าที่ธนาคารที่เรากำลังจะไปเป็นลูกค้าจะดีที่สุด หรือถามหน่วยงานรัฐที่ให้คำปรึกษา

และถ้ายังสงสัย ไม่เข้าใจอีกให้ใช้หลักง่ายๆ เริ่มจากดูว่าอัตราดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายเป็นแบบคงที่หรือแบบลอยตัว แบบคงที่คือ ธนาคารคิดดอกเบี้ยเท่าไรในวันเซ็นสัญญาเงินกู้ เราก็จะเสียดอกเบี้ยอัตรานั้นจนครบสัญญา ส่วนอัตราดอกเบี้ยลอยตัว คือดอกเบี้ยจะเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตามภาวะตลาด โดยอิงกับดอกเบี้ยเงินกู้ MRR และ MLR บวก ลบ

ถ้าเป็นช่วงที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายกำลังจะปรับตัวสูงขึ้นเราก็เลือกแบบคงที่ แต่ถ้าคิดว่าเป็นช่วงที่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลงเราก็เลือกแบบลอยตัว

อย่างช่วงนี้ถ้าใครจะขอสินเชื่อ น่าจะเลือกอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่เพราะแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวสูงขึ้น หลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินล่าสุด ได้ส่งสัญญาณออกมาแล้วว่า ใกล้ถึงเวลาขึ้นอัตราดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับการค้ำประกันด้วย ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือน ใช้เงินเดือนเงินประกันชีวิตเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ หรือหากใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันที่มีมูลค่าสูงกว่าวงเงินสินเชื่อ แบบนี้ดอกเบี้ยจะถูกลง แต่ถ้าใช้บุคคลค้ำประกัน ดอกเบี้ยก็จะแพงขึ้น

อีกเรื่องที่ต้องดูคือ ถ้าเราเป็นคนมีวินัยการเงินดีมาก มีเงินก้อนหรือมีแนวโน้มจะได้เงินก้อนที่พร้อมจะจ่ายคืนเงินกู้ทันทีเมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น ให้เราเลือกสินเชื่อประเภทที่ไม่เก็บค่าปรับหากชำระหนี้หมดก่อน

มาถึงตอนผ่อนชำระ ปกติเงินที่เราผ่อนแต่ละงวดจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือดอกเบี้ย ส่วนที่ 2 คือ เงินต้น หลักการง่ายๆ คือ เงินต้นลดดอกเบี้ยลดตาม ดังนั้น นอกจากผ่อนตามกำหนดทุกงวดแล้ว ถ้ามีเงินให้จ่ายเพิ่ม เงินที่เราจ่ายเพิ่มจะไปลดเงินต้น แต่ละเดือนถ้าจ่ายเงินต้นเพิ่มเพียง 500 บาท จะช่วยลดดอกเบี้ยลงได้มาก

เห็นความต่างทั้งอัตราดอกเบี้ยกับระยะเวลาการผ่อนชำระที่ลดลงมากแบบนี้ ถ้าพอจะมีกำลังไหว ในทุกๆ เดือนให้ผ่อนชำระเพิ่มขึ้นจากค่างวดปกติ จะช่วยให้เราจ่ายดอกเบี้ยลดน้อยลง