เริ่มนับหนึ่งสู่การเลือกตั้งเต็มรูปแบบ และข่าวอื่นๆ

วันที่ 13 ก.ย. 2561 เวลา 00:58 น.

Views

โดยราชกิจจานุเบกษา ลงประกาศพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.แล้ว เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ทั้งนี้ในส่วนที่ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.จะมีผลบังคับใช้ทันที โดยในบทเฉพาะกาลจะเลือกกันเองขององค์กรต่างๆ เพื่อให้ คสช.เลือกเหลือ 50 คน อีกส่วนมาจากเสนอชื่อของกรรมการเพื่อให้ คสช.เห็นชอบอีก 200 คน

ขณะที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. จะมีผลบังคับใช้นับจากนี้อีก 90 วัน หรือวันที่ 11 ธันวาคม โดยระหว่างนี้จะมีการคลายล็อกให้พรรคการเมือง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดแบ่งเขตเลือกตั้ง และกระบวนการทำไพรมารีโหวตแบบย่อ ซึ่งเมื่อครบ 90 วันแล้ว จะเข้าสู่ช่วงการปลดล็อกเพื่อให้หาเสียงและเข้าสู่ช่วงจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน หรือในช่วงระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ - 5 พฤษภาคม 2562   

ทั้งนี้ อาจารย์วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่าเมื่อมีประกาศดังกล่าวแล้วต่อไปจะมีคำสั่ง คสช.เพื่อคลายล็อกให้พรรคการเมืองต่อไป หลังจากได้เตรียมไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว และทันทีที่นับหนึ่งสู่การเลือกตั้งก็ต้องจับตาความเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง โดยเฉพาะศึกชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค

โดยความเข้มข้นอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ หลัง คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสนอไอเดียการหยั่งเสียงสมาชิกเลือกหัวหน้าพรรค ที่เปิดให้คนนอกมีสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขัน จึงมีหลายชื่อเข้าชิงเก้าอี้ตัวนี้ โดยเฉพาะ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สส.พิษณุโลก ที่ว่ากันว่าได้แรงหนุนส่งจากอดีต สส.สายคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส.เพื่อเข้าควบคุมทิศทางพรรคกับจุดยืนใหม่ในการสนับสนุนใครหลังการเลือกตั้ง

ทั้งนี้กลุ่ม กปปส. ยืนยันกับคุณอภิสิทธิ์ เมื่อวานนี้ว่าการหนุนนายแพทย์วรงค์ เป็นเพียงการสร้างประชาธิปไตยภายในพรรคตามประสงค์ของคุณอภิสิทธิ์ ไม่มีเจตนายึดพรรคตามที่ตั้งข้อสังเกต

ส่วนพรรคเพื่อไทย ที่ยังไม่มีหัวหน้าพรรคนำสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ ก็คาดว่าจะประชุมพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าและคณะผู้บริหารชุดใหม่ หลัง คสช.คลายล็อกแล้ว 7-10 วัน ก็ยังมีปัญหาหัวหน้าเช่นกัน แต่ยังยืนยันไม่เอานายกฯ คนนอก

ขณะที่พรรคใหม่ก็เคลื่อนไหวโดย อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยื่นจดจัดตั้งพรรคการเมืองต่อ กกต.พร้อมกับความมั่นใจได้ สส. 20 ที่นั่ง รวมถึงประกาศไม่สนับสนุนนายกฯ คนนอก    

ไปกันที่ ท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี วันนี้ท่านบอกจะใช้คาถาของ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ สมัยเป็นนายกฯ เพื่องดให้สัมภาษณ์สื่อหรือตอบโต้กับใครบางคน  

โดยท่านนายกฯ กล่าวในการปาฐกถาพิเศษ บอกที่ผ่านมาพยายามสร้างความเข้มแข็งและลดความขัดแย้ง เพราะไม่ต้องการให้ประเทศไทย กลายเป็นมหาอำนาจแห่งความขัดแย้ง และท่านต้องใช้ความอดทนอย่างมาก อดทนยิ่งกว่ายางรถยนต์ไม่ว่าจะเด้งซ้ายเด้งขวาก็ยังต้องทำต่อ และตอนนี้ตั้งใจจะไม่ตอบโต้ใคร ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชนที่ไม่ดี ก่อนนอนสวดมนต์นึกถึงอดีตนายกรัฐมนตรี และคำสอนที่ว่ากลับบ้านเถอะลูก

ท่านบอกว่าจะยังยืนตรงนี้หากในอนาคตต้องไปต่อสู้กับใคร เมื่อมีประชาชนรอต้อนรับและอยู่เป็นเบื้องหลัง ก็พร้อมทำงานให้เป็นร้อยเท่าพันทวี พร้อมสู้ตาย

ขณะที่เช้าวันพรุ่งนี้สมาชิก AKB 48 จากญี่ปุ่น 6 คน มาพบท่านนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาลก่อนเปิดคอนเสิร์ตที่ไทยปลายปีนี้ โดยจะจัดล่ามไว้ให้สื่อมวลชนไทยซักถาม พร้อมถ่ายทอดสดผ่านเพจ สายตรงไทยนิยมให้เหล่าโอตะทั่วโลกได้รับชมด้วย

เมื่อพูดถึง AKB 48 ของญี่ปุ่น ก็ต้องไปที่น้องเฌอปราง สมาชิกวง BNK ของไทย ที่กำลังถูกพูดถึงการรับเป็นพิธีกรในรายการเดินหน้าประเทศไทย โดยมีคำยืนยันจากรัฐบาลว่าจะยังออกอากาศเทปนี้ในวันที่ 15 กันยายนนี้ ต่อไป จึงขอเชิญคนไทยร่วมติดตามและเป็นกำลังใจให้กับน้องเฌอปรางด้วย