วังเวง!สงครามการค้าจีน-สหรัฐฯส่อยืดเยื้อ

วันที่ 23 ก.ย. 2561 เวลา 18:27 น.

Views

รายงานข่าวจากสำนักข่าวCNNสหรัฐฯ อ้างแหล่งข่าวระดับสูงในทำเนียบขาวสหรัฐฯ ยอมรับว่า การเจรจาการค้ารอบใหม่ เพื่อยุติสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนถูกยกเลิกอย่างไม่มีกำหนด หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯขู่ในการหาเสียงว่า พร้อมจะขึ้นกำแพงภาษีสินค้าจีนอีกครั้ง หากจีนยังคงใช้วิธีตอบโต้สหรัฐฯในแบบเดียวกัน

ความหวังที่โลกอยากเห็นสงครามการค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจ สหรัฐฯ-จีน จะจบลงด้วยดีในอนาคตอันใกล้ ดูเลือนลางอีกครั้ง หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯประกาศตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือประมาณ 6 ล้าน 6 แสนล้านบาท เริ่มมีผลบังคับในวันที่ 24 กันยายนนี้ จนทำให้จีนตอบโต้ด้วยการตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือเกือบ 2 ล้านล้านบาท และจากการที่ ทรัมป์ ยังมีท่าทีแข็งกร้าวขู่ว่าจะตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีนเพิ่ม ทำให้การเจรจาการค้ารอบใหม่ระหว่างจีนกับสหรัฐฯต้องยกเลิกแบบไม่มีกำหนด

เดิม สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯส่งจดหมายเชิญตัวแทนจากจีน ร่วมการเจรจาแก้ไขข้อขัดแย้งทางการค้าซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นปลายเดือนนี้ แต่ถึงตอนนี้จ้าหน้าที่ระดับสูงในทำเนียบขาวสหรัฐฯยอมรับกับสำนักข่าวCNNแล้วว่า การเจรจาการค้าถูกยกเลิกแบบไม่มีกำหนด แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ในอนาคตอันใกล้

มนูชิน เป็นที่ปรึกษาฝ่ายแนะนำให้ ทรัมป์ ใช้แนวทางการเจรจาเพื่อให้จีนเปลี่ยนท่าทีโอนอ่อนผ่อนตาม ตามที่สหรัฐฯต้องการ แต่ยังมีที่ปรึกษาอีกกลุ่มที่ต้องการให้ ทรัมป์ ตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีนให้หนักยิ่งขึ้นๆ เพราะเชื่อว่าสุดท้ายจีนจะรับไม่ไหวเอง แม้ผลสำรวจคะแนนเสียงทั้งประเทศสหรัฐฯจะตกลง แต่ในการสำรวจเฉพาะกลุ่มสมาชิกพรรครีพับลิกันฐานเสียงของ ทรัมป์ กลับพบว่า ส่วนใหญ่ชื่นชอบการตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีน

ทรัมป์จึงขู่ที่จะตั้งกำแพงภาษีจีนรอบใหม่ที่อาจสูงถึง 267,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 8 ล้านล้านบาท หากจีนยังคงตอบโต้สหรัฐฯด้วยการตั้งกำแพงภาษีแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน และคาดว่าความตึงเครียดของสงครามทางการค้าระหว่าง จีน-สหรัฐ จะดำรงอยู่ต่อไปจนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้งมิดเทอมของสหรัฐฯในช่วงปลายปีนี้

ภาคธุรกิจของทั้งจีนและสหรัฐฯเองส่วนใหญ่เริ่มได้รับผลกระทบ ขณะที่ตลาดทุนทั่วโลกระส่ำระสาย แม้แต่ประเทศไทยเองก็จะได้รับผลกระทบเรื่องการส่งออกไม่น้อย หากสงครามการค้าครั้งนี้ยังไม่ยุติลง จึงต้องจับตาสงครามการค้าของสองชาติมหาอำนาจในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด