เที่ยงเจาะประเด็น : ฮือฮา สักฟรีข้อความ..ขอบริจาคอวัยวะ

วันที่ 24 ก.ย. 2561 เวลา 11:21 น.

Views

หากคุณผู้ชมจำได้ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมามีหนุ่มโรงงานคนหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เรียกเสียงฮือฮาให้กับกลุ่มคนที่นิยมรอยสัก เมื่อเขาได้ไปสักแผ่นหลัง ข้อความว่า "ขอสละร่างกายนี้ให้กับสภากาชาดไทย"
             
ล่าสุดเรื่องนี้ถูกปลุกกระแสร้อนในโซเชียลอีกครั้ง เมื่อมีช่างสักลายคนหนึ่งใน จ.ภูเก็ต ออกมาโพสต์ รับสักฟรีๆ ข้อความบริจาคอวัยวะร่างกาย กับวลีเด็ด "หากใครพบร่างที่ไร้ลมหายใจนี้ ภายใน 6 ชั่วโมง ให้ส่งร่างถึงโรงพยาบาลหรือสภากาชาดไทย" ปรากฏว่ามีหนุ่มใจถึงและใจบุญเข้ารับบริการเป็นรายแรกแล้ว ท่ามกลางเสียงชื่นชมของชาวเน็ต
              
แน่นอนว่าเหรียญย่อมมีสองด้าน หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเพียงแค่สักข้อความไว้บนแผ่นหลังแบบนี้ ก็สามารถบริจาคอวัยวะร่างกายได้แล้วจริงหรือ วันนี้เที่ยงเจาะประเด็นมีคำตอบ

"ถ้าท่านใดพบร่างกายนี้  ขณะไร้ลมหายใจ ภายใน 6 ชั่วโมงช่วยนำร่างส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตหรือสภากาชาดไทย " นี่คือข้อความจากหัวใจของหนุ่มรายหนึ่ง ที่ให้ช่างสักลาย บรรจงเข็มลงบนแผ่นหลัง ประกาศเจตนารมณ์แน่วแน่เพื่อทำประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์เป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต 
              
ภาพนี้ถูกนำมาโพสต์ในเฟซบุ๊กที่ชื่อ "ช่างเด่น ช่างสักภูเก็ต แก้ไขงานสัก"  หลังเขาโพสต์ว่ารับสักข้อความให้ฟรีๆ สำหรับคนที่อยากบริจาคร่างกายและอวัยวะ  จนมีหนุ่มใจกล้าขอให้สักข้อความนี้ให้ หลังโพสต์นี้ถูกแชร์ออกไป ได้รับความสนใจจากชาวโซเชียล หลายกระแสชื่นชมหนุ่มรายนี้ ว่าไม่ใช่แค่อยากโชว์รอยสักบนเรือนร่าง แต่ยังมีน้ำใจงามอีกด้วย ขณะที่บางส่วนก็ตั้งคำถาม ว่าการสักข้อความเพียงเท่านี้ จะสามารถบริจาคอวัยวะร่างกายได้จริงหรือ
              
ทีมข่าวเที่ยงเจาะประเด็นเปิดใจ "ช่างเด่น" ผู้ปลุกกระแสฮือฮาว่าตนมีอาชีพเป็นช่างสักลายมาหลายสิบปี ก่อนหน้านี้ก็รับจ้างสักลายทั่วไปทั้งสีและขาวดำ  ลวดลายตามแต่ลูกค้าจะเลือกสรร  ไม่นานมานี้เคยเห็นหนุ่มรายหนึ่งสักข้อความบริจาคอวัยวะร่างกายบนแผ่นหลัง  จึงอยากมีส่วนร่วมทำความดีเพื่อสังคม เลยโพสต์ประกาศว่าใครสนใจอยากสักลายลักษณะนี้ก็ยินดีสักให้ฟรี   ปรากฏว่ามีหนุ่มๆ สนใจสอบถามมาเป็นจำนวนมาก  กระทั่งล่าสุดมีหนุ่มคนหนึ่ง ตัดสินใจมาใช้บริการเป็นคนแรกหลังสักเสร็จ จึงได้ขอถ่ายรูปความประทับใจไว้ และแชร์ภาพออกไป โดยไม่คิดว่าจะเป็นที่พูดถึงกันในโลกโซเชียล
              
ทีมข่าวพยายามติดต่อหนุ่มเจ้าของลายสักแต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ ช่างเด่น  ยืนยันว่าหนุ่มคนนี้เป็นคนจิตใจดี เพราะได้สอบถามว่า ทำไมถึงตัดสินใจสักข้อความนี้ ก็บอกว่า คนเรารู้วันเกิด แต่ไม่รู้วันตาย อย่างน้อยก็อยากทำความดีไว้และตนก็ได้ยื่นความจำนงขอบริจาคอวัยวะให้กับสภากาชาดไทยแล้ว หลังเสียชีวิตก็อยากจะย้ำเตือนให้คนที่มาเจอร่างไร้วิญญาณ ช่วยนำร่างไปตามที่ระบุไว้ในแผ่นหลังโดยบริจาคทั้งดวงตา หัวใจ ตับ ไต เป็นความตั้งใจจริง ไม่มีแอบแฝง ที่ไม่อยากเปิดเผยตัว เพราะไม่อยากให้ใครคิดว่าอยากดัง หรือเพราะได้สักฟรี  จริงแล้วหลังสัก หนุ่มคนนี้ยังอยากตอบแทนน้ำใจให้เงินช่าง  1,000 บาท เพื่อทำบุญร่วมกันอีกด้วย
              
ขณะที่ผู้ที่ชื่นชอบการสัก ต่างบอกว่ารู้สึกชื่นชมคุณพี่รายนี้ที่ไม่ได้มีดี แค่รอยสักตามร่างกาย  แต่จิตใจยังประเสริฐ ที่คิดจะทำอะไรให้กับคนส่วนรวม ในฐานะคนชอบสักก็ยิ่งภูมิใจ  เพราะเชื่อว่าหลายคนอาจมองคนชอบสักลายดูน่ากลัว-สกปรก แต่อย่างน้อยเรื่องนี้ก็ได้พิสูจน์ว่า คนเราทำความดีได้หลายรูปแบบ และไม่ได้มองกันเพียงแค่เปลือกนอก แต่ควรมองถึงจิตใจข้างในมากกว่า 
              
แม้การสักลายจะเป็นความชื่นชอบส่วนบุคคล แต่ก็ต้องขอชื่นชมในความตั้งใจดีของหนุ่มคนนี้ รวมทั้งช่างสักลาย ที่มีเจตนารมณือันดีร่วมกัน ในการรังสรรค์ข้อความลงบนผิวหนัง  อย่างน้อยก็ช่วยกระตุ้นเตือนให้คนในสังคม เห็นความสำคัญของการบริจาคอวัยวะ แก่ผู้ที่รอคอยการบริจาคด้วยความหวัง อยู่เป็นจำนวนมาก
               
อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่า นอกจากคนที่ชื่นชมก็มีคนที่เห็นต่างและตั้งคำถามว่า เพียงแค่สักข้อความไว้บนแผ่นหลังแบบนี้ หากใครไปเจอก็สามารถส่งร่างกายให้กับสภากาชาดได้เลยจริงหรือ แล้วข้อกฎหมายมีข้อห้ามอะไรนอกเหนือจากนี้หรือไม่
             
ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย เผยว่า การที่ชายคนนี้จะบริจาคอวัยวะในร่างกายของตนเอง เช่น ตับ ไต หัวใจ  และปอด เพื่อนำไปปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยนั้น ตามเจตนารมณ์ก็ถือว่าน่าชื่นชม แต่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องสักข้อความเป็นตัวอักษรติดที่แผ่นหลังเช่นนี้  เพราะเมื่อมีคนมาพบ  ก็ไม่สามารถนำส่งร่างกายผู้เสียชีวิตตามที่แสดงความประสงค์ไว้ได้ทันที ต้องแจ้งญาติก่อนตามขั้นตอน ที่สำคัญหากผู้เสียชีวิตมีการสักลาย การบริจาคอวัยวะต้องคัดกรองโรคมากกว่าคนปกติ เช่น ไวรัสตับอักเสบ และ HIV ดังนั้นผู้ที่บริจาคอวัยวะ เพียงแค่พกบัตรบริจาคติดตัวไว้ และบอกกล่าวให้ญาติรับทราบเท่านั้นก็พอ เพราะหากเสียชีวิตไปแล้ว ตามกฎหมายของไทย ร่างกายเขาจะเป็นสมบัติของญาติ หากสุดท้ายญาติไม่ยินยอม แม้สักข้อความประกาศไว้ และเซ็นบริจาคไว้แล้ว ก็ถือเป็นโมฆะ
              
ทราบอย่างนี้แล้ว ผู้ที่สักข้อความบริจาคอวัยวะร่างกายไว้บนแผ่นหลังก็ต้องแจ้งญาติให้รับทราบและทำตามเจตนารมณ์ของตนเอง ไม่ให้การสักลายต้องสูญเปล่าแต่ทางเลือกที่ดีที่สุด ก็คือการไปติดต่อขอบริจาคอวัยวะร่างกายเป็นลายลักษณ์อักษรให้ถูกต้องตามกฎหมาย และพกบัตรหลักฐานสำคัญไว้ติดตัว อย่าลืมว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยที่ต้องการรับบริจาคอวัยวะสำคัญๆ จากผู้มีจิตกุศล โดยเฉพาะไตกว่า 5,000 รายทั่วประเทศ

Tag : รอยสัก