คดีล่าหมีขอ! พบปืนเพิ่ม 2 กระบอก ส่วนซากสัตว์ที่พบคาดเป็นซากหมีขอตัวเดียวกัน

วันที่ 10 ต.ค. 2561 เวลา 06:48 น.

Views

ความคืบหน้าคดีปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย พร้อมพวก ที่ถูกตั้งข้อหาเข้าล่าหมีขอในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ล่าสุดพบอาวุธปืนเพิ่มอีก 2 กระบอก ขณะที่หลักฐานที่พบในจุดเกิดเหตุโดยเฉพาะซากสัตว์ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นซากหมีขอตัวเดียวกัน แต่ก็ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอให้แน่ชัดก่อน

เมื่อวานนี้ (9 ต.ค.) ตำรวจมีการสอบสวนหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ในฐานะผู้กล่าวหา พร้อมกับ นางสาวเนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ในฐานะพยาน ทั้งนี้ได้ส่งมอบวัตถุพยานทั้งหมดที่พบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ด้วย ซึ่งประกอบไปด้วยอาวุธปืนที่พบในวันเกิดเหตุ และซากขาของหมีขอ นอกจากนี้ ยังมีเศษขน เศษกราม ที่พบบริเวณที่พักแรมของคณะปลัดอำเภอ พร้อมปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 25 ปลอก และปลอกกระสุนปืนขนาด .45 มิลลิเมตร จำนวน 6 ปลอก ซึ่งทั้งหมดพบว่าเป็นปลอกกระสุนปืนที่ยิงแล้ว โดยเป็นปลอกกระสุนที่พบบริเวณเส้นทางที่เจ้าหน้าที่พบคณะออฟโรดกำลังเดินทางออกมา โดยคาดว่าน่าปลอกกระสุนดังกล่าวน่าจะถูกโยนทิ้งออกมาจากรถ

โดยหลังการสอบสวนก็ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า หลักฐานที่พบเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และเชื่อว่าซากสัตว์ที่พบเป็นซากของหมีขอตัวเดียวกัน แต่ก็ต้องรอผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอที่แน่ชัดก่อน เพื่อเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานที่พบ ก็จะทำให้เอาผิดกับผู้ที่กระทำผิดได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้หลักฐานได้ถูกส่งไปให้กับหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ แล้ว ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวเคยตรวจดีเอ็นเอของเสือดำแล้ว คาดว่าน่าจะใช้เวลาตรวจประมาณ 3 สัปดาห์

ส่วนกระสุนปืนที่พบเป็นขนาด 11 มิลลิเมตร ซึ่งในการจับกุมครั้งแรกไม่ปรากฎหลักฐานมาก่อน เชื่อว่าผู้ต้องหาได้ซุกซ่อนอาวุธดังกล่าวไว้ ทำให้เจ้าหน้าที่หาไม่พบ แต่ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้เค้นสอบ กระทั่งผู้ต้องหายอมที่จะนำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ ทำให้อาวุธปืนของกลาง มีเพิ่มอีก 2 กระบอก คือ ขนาด .38 และขนาด .45 ซึ่งผู้ต้องแจ้งว่าได้นำติดตัวเข้าไปในจุดเกิดเหตุด้วย จึงทำให้ขณะนี้มีอาวุธปืนของกลางรวมทั้งหมด 5 กระบอก

ทั้งนี้ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ยืนยันว่า ตั้งแต่ตนเองมารับตำแหน่ง นายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย ยังไม่เคยขออนุญาตเข้าไปในพื้นที่ แม้แต่ นายอนุสรณ์ เรือนงาม อส.ด่านขามเตี้ย ผู้ที่รับว่าเป็นเจ้าของขาหมีขอ ที่ถูกระบุว่าเคยเข้าออกพื้นที่อุทยานฯ มาแล้วหลายครั้ง ก็ไม่เคยอนุญาตหรือมีการขออนุญาตให้เข้าพื้นที่แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน พนักงานสอบสวน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะยังคงลงพื้นที่ค้นหาวัตถุพยานในจุดเกิดเหตุเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณสำนักสงฆ์เต่าดำ ซึ่งจะเข้าไปตรวจค้นในส่วนของกุฏิ และบริเวณโดยรอบซึ่งเป็นที่พักแรม เพื่อค้นหาซากชิ้นส่วนหมีขอ เฉพาะส่วนหัวที่อาจหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ พร้อมจะเข้าพูดคุยกับเจ้าอาวาส พระสงฆ์ และผู้ดูแลสำนักสงฆ์ด้วย 

สำหรับสำนักสงฆ์เต่าดำ ซึ่งเป็นพุทธอุทยานที่อยู่ในพื้นที่ป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ มีกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ ที่จะต้องช่วยดูแลงานด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้วย ในกรณีนี้ดังกล่าว เหตุเกิดขึ้นที่บริเวณสำนักสงฆ์ จะต้องสอบสวนเพื่อให้ข้อเท็จจริงด้วยว่า สำนักสงฆ์มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ หากตรวจพบว่ามีส่วนรู้เห็น ก็จะเข้าข่ายกระทำผิดเงื่อนไขการเป็นพุทธอุทยาน ซึ่งอาจจะถูกพิจารณาไม่ต่อใบอนุญาตตั้งสำนักสงฆ์ในพื้นที่ดังกล่าว หรือเพิกถอนจากการเป็นพุทธอุทยานด้วย

ขณะที่ ผู้ต้องหา 11 คน ซึ่งรวมทั้งปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย หลังจากเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปขออำนาจฝากขังที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี และคัดค้านการประกันตัว เพราะเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ซึ่งทางญาติก็ได้เตรียมหลักทรัพย์มาขอยื่นประกันตัว ที่สุดแล้วศาลก็ได้พิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งหมด โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสดรายละ 200,000 บาท เป็นหลักประกัน และให้ผู้ต้องหาทั้งหมดมารายงานตัวต่อศาลครั้งแรกในวันที่ 26 พฤศจิกายน นี้

Tag : สนามข่าว 7 สี คดีล่าหมีขอ ล่าหมีขอ อุทยานแห่งชาติไทรโยค ล่าหมีขอ อุทยานแห่งชาติไทรโยค หมีขอ