Green Report : ยุติปัญหาตลาดค้างาช้างในไทย

วันที่ 10 ต.ค. 2561 เวลา 11:20 น.

Views

จากการสำรวจล่าสุดของ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF (World Wide Fund for Nature) พบสถานการณ์ช้างถูกล่ายังไม่ลดน้อยลง โดยเฉพาะช้างป่าแอฟริกา เป็นเป้าหมายหลักถูกล่ามากขึ้น ทำให้ในปี 2559 ช้างแอฟริกา ลดลงเหลือแค่ 400,000 กว่าตัวจากที่เคยมีอยู่กว่า 1,300,000 ตัวเมื่อปี 2522

สำนักเลขาธิการไซเตส พบแต่ละมีช้างแอฟริกา ถูกล่าเอางามากถุง 20,000 ตัว ขณะที่ก่อนหน้านี้ในปี 2559 ประเทศไทย เคยถูกจัดให้เป็น 1 ใน 8 ประเทศ ที่เป็นทางผ่านและปลายทาง หรือเป็นตลาดซื้อขายงาช้างแอฟริกาขนาดใหญ่

จำนวนช้างป่าแอฟริกา ที่ลดลงจำนวนมาก และมีแนวโน้มยังถูกล่าอย่างหนักและต่อเนื่อง ทำให้องค์การด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่า อย่าง WWF ประเทศไทย ต้องปรับกลยุทธ์แก้ไขปัญหาช้างป่าแอฟริกาถูกล่า จากเดิมมุ่งเน้นรณรงค์ให้หยุดล่า มาเป็นรณรงค์ให้หยุดซื้อและสินค้าที่ทำจากงาช้าง โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายรณรงค์คือนักท่องเที่ยวต่างชาติ  ที่มองไทยเป็นตลาดที่หาซื้อผลิตภัณฑ์งาช้างได้ง่าย

รูปแบบการรณรงค์หยุดซื้อ มีแบบแผนชัดเจน โดยเริ่มจากก้าวแรกของนักท่องเที่ยวที่มาถึงไทยจะพบกับ ป้ายรณรงค์ขนาดใหญ่ พร้อมร่วมมือกับสายการบินต่างๆ ประกาศย้ำเตือนผู้โดยสารทุกเที่ยวบินให้ ยุติการซื้อผลิตภัณฑ์จากงาช้าง นอกจากนี้ ยังเน้นรณรงค์ตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งแผนรณรงค์ยุติการซื้องาช้าง ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และจะเน้นหนักในทุกช่วงเทศกาลท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงส่งท้ายปี            

ในส่วนของภาครัฐ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็จะเพิ่มความเข้มงวดการใช้บังคับใช้ พระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ.2558 ให้มากขึ้น โดยที่ผ่านมาสามารถยุติขบวนการค้างาช้างที่ลักลอบนำเข้า ส่งออกงาช้าง และตรวจจับจริงในร้านค้าต่างๆ ทำให้ปัญหาเริ่มลดน้อยลงบ้างแล้ว

ล่าสุดจากเวทีไซเตส ประเทศไทยได้รับการประกาศให้เป็นหนึ่งในประเทศที่พ้นจากบัญชีดำการลักลอบค้างาช้าง

Facebook :,Ch7HD Social Care

Tag : Green Report