รายงานพิเศษ : เปิดปากมือปืนยิงหมีขอ ยิงนัดเดียวตาย อ้างมีคนสั่งให้ยิง

วันที่ 11 ต.ค. 2561 เวลา 06:48 น.

Views

หลังจากที่มีการจับกุมปลัดแมน หรือนายวัชรชัย สมีรักษ์ อดีตปลัดฝ่ายป้องกัน อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมพวก กลุ่มขบวนออฟโรด และได้รับการประกันตัวในชั้นศาล

วานนี้ (10 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง และสามารถรวบตัวคนที่ดูแลสำนักสงฆ์เต่าดำ ที่ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนยิงหมีขอด้วยตัวเอง ลงสนามข่าวนี้กับคุณศิรัณพร มูลอุทก

เพื่อนำหลักฐานมาประกอบคำให้การเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐานภูธรภาค 7 ลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยจุดแรกเป็นจุดที่ 1 ในกลุ่มอดีตปลัด ให้การว่ามีการยิงปืนขึ้นฟ้า เพื่อแก้บนบริเวณศาลเจ้าพ่อเขาพลู เจ้าหน้าที่เดินหน้าปูพรหมค้นหาหลักฐานสำคัญ โดยเฉพาะปลอกกระสุนปืน หรือร่องรอยการยิงปืน โดยไปพบร่องรอยต้นไผ่มีรอยแตก เจาะ คล้ายกับถูกกระสุนปืนหลายจุด กระทั่งไปพบกระสุนปืน สันนิฐานว่าจะเป็นขนาด 9 มม. เจาะอยู่เนื้อไม้ไผ่จำนวน 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดนำไปตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี

จุดต่อมา มุ่งหน้าเข้าตรวจสอบที่สำนักสงฆ์เต่าดำ ซึ่งเป็นการตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่ก่อนหน้า ตรวจยึดชิ่นส่วนฟันกราม ที่คาดว่าน่าจะเป็นของหมีขอเอาไว้ได้ ซึ่งชุดสืบสวน สภ.ไทรโยค ได้ควบคุมตัว นายตะต้า คนดูแลสำนักสงฆ์ ที่อาศัยอยู่ที่นี่มาประมาณ 2 ปี เจ้าตัวถูกเค้นสอบปากคำอย่างหนัก ที่สุด นายตะต้า หรือ ตาต้า อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา รับสารภาพอ้างว่าเป็นผู้ที่ลงมือยิงหมีขอตัวดังกล่าว โดยในวันเกิดเหตุ พบกับกลุ่มคนขับออฟโรดเข้ามาติดต่อให้พาเข้าป่าไปหากบภูเขา ตนเองจึงได้พาสมาชิก 2 คน ซึ่งไม่ทราบชื่อ เป็นชายลักษณะท้วม เดินออกจากพื้นที่สำนักสงฆ์ ข้ามลำห้วยไปยังจุดที่เคยพบกบภูเขาจำนวนมาก โดยชาย 2 คนได้พกปืนยาวติดลำกล้องไปด้วย และได้ใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงอีเห็น แต่กระสุนไม่โดนเป้า
                                                                        
จากนั้นเมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ปรากฎว่ามีหมีขอเกาะอยู่บนต้นไม้ จึงชี้ให้ 2 คนที่ไปด้วยดู ก่อนจะสั่งให้ตนเองยิงหมีขอลงมา โดย 2 คนที่ไปด้วย ทำหน้าที่ส่องไฟให้แสงสว่าง ตนจึงลงมือยิงเพียง 1 นัด ถูกหมีขอตายและตกลงจากต้นไม้ จากนั้น 2 คนที่ไปด้วย เป็นคนหิ้วซากหมีขอเข้ามาในสำนักสงฆ์ และให้นายตะต้า เผา และชำแหละซาก โดยแบ่งเป็น 2 ซีก ยกให้กลุ่มออฟโรดทั้งหมด ส่วนตนเองไม่ได้กิน และไม่ได้ค่าตอบแทนใด ๆ

ส่วนสาเหตุที่นายตะต้า ไม่กล้าปฏิเสธที่จะยิงหมีขอ เนื่องจากคนกลุ่มนี้อ้างตัวเป็นตำรวจตั้งแต่ตอนแรกที่พบกัน ประกอบกับตนเองเคยใช้อาวุธปืนแก๊ปล่าสัตว์ป่าเมื่อครั้งอาศัยอยู่บ้านอีต่อง อำเภอทองผาภูมิ แต่เมื่อมาอาศัยอยู่ที่สำนักสงฆ์ก็ไม่เคยใช้ปืนล่าสัตว์อีก แม้จะพบเหตุหมีขออยู่ใกล้บริเวณสำนักสงฆ์อยู่บ่อยครั้ง กระทั่งมาพบกับคนกลุ่มนี้ จึงถูกสั่งให้ยิงหมีขอตาย

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจยึดซากกบทูดหรือกบภูเขา และซากของสัตว์ป่าเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่งเอาไว้ได้ โดยไปพบถุงใส่ซากสัตว์ถูกทิ้งข้างถนน ห่างจากจุดตรวจประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น จากนี้จะส่งไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นชิ้นส่วนของหมีขอหรือไม่

และ 10.00 น. วันนี้ (11 ต.ค.) เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวนายตะต้า หรือ ตาต้า แถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงจะนำภาพถ่ายบุคคลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดีฆ่าหมีขอมาให้นายตะต้าชี้ตัว ว่าใครเป็นผู้สั่งการยิง

Tag : สนามข่าว 7 สี เกาะติดข่าวดัง ยิงหมีขอ ฆ่าหมีขอ หมีขอ ปลัดฆ่าหมีขอ ปลัดยิงหมีขอ คดีหมีขอ คดียิงหมีขอ