ไม่พบหลักฐานเพิ่มคดีปลัดอำเภอล่าหมีขอ

วันที่ 14 ต.ค. 2561 เวลา 05:11 น.

Views

เมื่อวานนี้ พลตำรวจตรีอภิชิต เทียนเพิ่มพูน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 นำทีมตำรวจชุดสอบสวน สภ.ไทรโยค/ พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน รวมกว่า 40 คน ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค อีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานและวัตถุพยานเพิ่มเติมที่คาดว่าอาจจะหลงเหลืออยู่ในพื้นที่

โดยครั้งนี้ได้นำเครื่องตรวจจับโลหะค้นหาตามจุดต่างๆ แต่ก็ไม่พบวัตถุพยานเพิ่มเติม ส่วนการค้นหาซากหมีขอส่วนหัวกะโหลก ตามที่นาย ตาต้า รับสารภาพว่าได้โยนทิ้งลงไปในลำห้วย หลังที่ตั้งแคมป์พักแรม เจ้าหน้าที่ได้เดินเรียงหน้ากระดานค้นหาเป็นระยะทางกว่า 300 เมตร แต่กระแสน้ำไหลแรงมากคาดว่าส่วนหัวกะโหลกของหมีขอน่าจะถูกพัดออกไปไกล หรืออาจมีสัตว์อื่นมาคาบไปกินแล้ว จึงยังไม่พบซาก ส่วนคราบเลือดของหมีขอบริเวณจุดที่ยิงนั้นก็ไม่พบ เชื่อว่าอาจถูกน้ำฝนชะล้างไปหมดแล้ว ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่ารก จึงทำให้การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบาก  ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังได้วัดระยะการยิงเพื่อนำมาประกอบสำนวนคดีด้วย

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้เดินทางไปตรวจค้นบ้านพักของ นายตาต้า แต่ก็ไม่พบหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนที่บ้านของนายจิระ หรือเจนระ ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ถูกซัดทอดว่าเป็นผู้ชำแหละซากหมีขอ ก็ไม่พบว่ามีคนอยู่บ้านและไม่พบหลักฐานใดๆ เพิ่มเติมเช่นกัน อย่างไรก็ตามรองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 บอกว่าจากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ทั้งหมดก่อนหน้านี้เชื่อว่าแน่นหนาพอที่จะมัดตัวผู้กระทำผิดในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน

และเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ไปตรวจค้นแพพักอาศัยแห่งหนึ่งกลางเขื่อนศรีนครินทร์ /ซึ่งมี นายสุรชาติ สรพรม อายุ 45 ปี เป็นเจ้าของ จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนยาวเดี่ยวลูกกรด ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง  และยังพบซากสัตว์ซากกระต่ายป่าและกวางป่า น้ำหนักรวม 3 กิโลกรัม ที่ใส่ถุงพลาสติกแช่ถังน้ำแข็งไว้ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เลื่อยยนต์อีกด้วย

นายสุรชาติ ยอมรับว่าอาวุธปืนเป็นของตนเองแต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ล่าสัตว์ โดยอ้างว่าซากสัตว์ที่พบไปซื้อมา แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ด่านแม่แฉลบ เพื่อสอบสวนขยายผลพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป