พันศักดิ์ยอมรับแล้วยิงเจ้าของปั๊มน้ำมัน

วันที่ 14 ต.ค. 2561 เวลา 05:11 น.

Views

พลตำรวจตรีธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยว่าหลังสอบสวน นายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ นานกว่า 16 ชั่วโมง นายพันศักดิ์ได้ยอมรับสารภาพแล้วว่าเป็นผู้ลงมือยิง นายประชา วรทัด อายุ 52 ปี เจ้าของปั๊มน้ำมันศรีสุวรรณรุ่งเรือง จังหวัดสระแก้ว และหลังจากนั้นตำรวจก็ได้นำตัวผู้ต้องหาสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้าไปให้พยานบุคคลปากสำคัญชี้ตัว ซึ่งพยานคนดังกล่าวได้ชี้ตัวไปที่นายพันศักดิ์ พร้อมระบุว่าวันเกิดเหตุเห็นหน้านายพันศักดิ์ เป็นคนลงมือยิง โดยหลังจากที่ยิงแล้ว นายพันศักดิ์ได้เปิดหมวก เพื่อดูให้แน่ชัดว่านายประชา และภรรยาเสียชีวิตจริง หรือไม่

ต่อมาได้นำตัวผู้ต้อหาไปค้นหาเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ ซึ่งได้นำไปทิ้งไว้ที่บริเวณตำบลบ้านแก้ง จังหวัดสระแก้ว โดยต้องเดินเท้าค้นหาระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร แต่ก็ยังไม่พบ ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหากลับไปสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากมีบางประเด็นที่ผู้ต้องหายังให้การขัดกัน จากนั้นได้นำตัวไปฝากขังที่ สภ.เมืองสระแก้ว พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง

และในวันนี้จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจะหวัดสระแก้ว ซึ่งได้จัดกำลังชุดคุมฝูงชนติดอาวุธครบมือ ควบคุมตัวผู้ต้องหา และสั่งการให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดไม่ให้ผู้ต้องหาทำร้ายตนเองและต้องระวังไม่ให้แย่งอาวุธจากเจ้าหน้าที่ด้วย

ส่วน นางธนพร สุขโขจัย ภรรยานายพันศักดิ์ พนักงานสอบสวน ก็ยังคงสอบปากคำเพิ่มเติม และได้นำตัวไปฝากขังไว้ที่ สภ.เขาสิงโต
               
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลระหว่างสอบสวนอีกว่า นายพันศักดิ์ผู้ต้องหาได้เปิดเผยว่าเมื่อครั้งพ้นโทษจำคุกคดีอุ้มแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ คิดอยากจะกลับใจจึงไปยืมเงินจากคนรู้จักซื้อรถแบกโฮ และรถบรรทุก 10 ล้อ เพื่อทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ต้องขายทรัพย์สินและยังต้องหาเงินกลับไปคืนให้กับเจ้าหนี้ ด้วยเหตุนี้จึงได้ตัดสินใจหวนกลับมาเป็นมือปืนอีกครั้ง

ก่อนหน้าที่นายพันศักดิ์ ผู้ต้องหาจะให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นางปาลิดา วรทัด ภรรยานายประชา ไปชี้จุดที่ถูกยิง โดยระหว่างชี้จุดเกิดเหตุต้องมีญาติคอยช่วยประคอง เพราะนางปาลิดา ยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ โดยที่นางปาลิดา ให้การว่าคนร้ายได้ทำทีมาซื้อน้ำมัน  พอสามีของเธอเอ่ยถามว่าทำไมต้องสวมหมวกปิดบังใบหน้า คนร้ายก็ชักปืนออกมา ขณะที่สามีเธอกำลังจะหนี คนร้ายก็คว้าที่คอเสื้อและยิงนางประชา ล้มลงทันที ส่วนเธอที่ยืนห่างออกมาเล็กน้อย คนร้ายก็ใช้อาวุธปืนยิงที่ท้องและแขนจนล้มลงและยังตามมายิงเข้าที่ใบหูและแก้มก่อนจะวิ่งหนีไป จากนั้นตนเองก็พยายามพยุงร่างเดินไปขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ซึ่งก็คือ "เสี่ยท้ง" ที่อยู่ห่างไปเพียง 10 เมตร ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล จนสุดท้ายก็รอดชีวิตมาได้