ปัดข่มขืน!!! ตำรวจเก๊อ้างสาว 19 สมยอม ขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น

วันที่ 17 ต.ค. 2561 เวลา 13:55 น.

Views

จากกรณีนายคาสฑฎา บัวทอง หรือ ท๊อบ อายุ 29 ปี ใช้อุบายหลอกลวง น.ส.แพรว(นามสมมุติ) อายุ 19 ปี ผ่านทางโปรแกรมแชทเฟซบุ๊ก ก่อนจะหลอกล่อให้ไปดื่มแอลกอฮอล์ที่ร้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ สน.ตลิ่งชัน จากนั้นลวงขึ้นรถยนต์ เพื่อไปข่มขืนที่บ้านพัก พร้อมทั้งกักขังหน่วงเหนี่ยว และชิงทรัพย์ โดยเกิดเหตุเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 61 ที่ผ่านมา ต่อมา ศาลจังหวัดตลิ่งชันอนุมัติออกหมายจับ ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยที่ผู้อื่นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธในเวลากลางคืนและเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย และหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย (3 ข้อหา) ล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ที่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

ล่าสุด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนได้นำตัว นายคาสฑฎา บัวทอง หรือ ท๊อบ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน และแม่มาสอบปากคำอีกครั้ง ก่อนจะนำตัวฝากขับที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน โดยผู้ต้องหา และแม่ มีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด และผู้ต้องให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตั้งแต่ถูกจับกุม กระทั่งชั้นพนักงานสอบสวนก็ยังคงให้การปฏิเสธ แต่ระบุว่า เป็นบุคคลตามหมายจับ และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ในวันนี้จึงไม่มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน ขณะสอบปากคำได้มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนรออยู่บริเวณหน้าห้องสอบสวน เมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถาม หญิงคนดังกล่าวบอกเพียงว่า มาที่โรงพักเฉยๆ และไม่ได้รู้จักหรือเป็นอะไรกับผู้ต้องหา แต่พอมีตำรวจสอบถามผู้สื่อข่าวว่า มาทำข่าวคดีหนุ่มข่มขืนสาว 19 หรือไม่ หญิงสาวรายดังกล่าวกลับตอบโต้ทันทีว่า ไม่ได้เป็นการข่มขืนแต่เป็นการสมยอมกันทั้งคู่ และเพิ่งรู้จักกันได้เพียงแค่วันเดียวเท่านั้น ส่วนเรื่องชิงทรัพย์ต้องรอให้ผู้ชายพูดเองแต่เขาคงไม่อยากพูด เมื่อหญิงสาวรายนี้พูดแบบนี้ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าสรุปแล้วเป็นอะไรกับผู้ต้องหาหญิงสาวรายนี้ จึงตอบว่า เป็นเพื่อนก่อนจะเดินหนีออกไปทันที และขออย่าถามอะไรอีก เพราะไม่อยากพูดและให้สัมภาษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

นอกจากนี้ หลังจากการสอบปากคำเสร็จสิ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาออกมาจากห้องสอบสวน โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ทำไปเพราะอะไร ซึ่งทางผู้ต้องหาไม่ตอบใดๆทั้งสิ้น ขณะที่แม่ของผู้ต้องหาพยามยามที่จะปกปิดใบหน้า เพื่อปฏิเสธการให้สัมภาษณ์

นอกจากนี้ มีรายงานว่าขณะที่ชุดจับกุมกำลังจะนำกำลังจับกุมผู้ต้องหานั้น ผู้ต้องหามีพฤกติการณ์หลบหนี แต่หนีไม่รอด จึงกลับลำเข้ามอบตัวกับชุดจับกุมแทน เพื่อหวังจะได้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นภัยอันตรายต่อสังคม ทางพนักงานาอบสวนจึงคัดค้านการประกัน เพราะอัตราโทษสูง และเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหาก่อเหตุเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว หากใครมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหารายนี้ สามารถแจ้งได้ที่ สน.ตลิ่งชัน


ทั้งนี้หลังการฝากขังนายศาสฑฏา ญาติได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงจำนงในการขอยื่นการประกันตัว โดยทางญาติได้นำหลักทรัพย์สำหรับขอประกันตัวนายศาสฑฏา เป็นวงเงินจำนวนเงิน 3 แสนบาท เพราะทางญาติมองว่า นาย ศาสฑฏา ไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี อีกทั้งการจับกุมครั้งนี้ก็เป็นการมอบตัวต่อตำรวจที่จังหวัดเพชรบุรีเอง แต่ทางด้านพนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชัน ได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เพราะทางตำรวจยืนยันว่า ข้อหาที่นายศาสฑฏากระทำ เป็นโทษสถานหนัก อีกทั้งการจับกุมในครั้งนี้ก็เป็นทางชุดสืบสวนของกองบัญชาการนครบาล 7 ที่ร่วมกับชุดสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ในการจับกุมนายศาสฑฏาตามหมายจับที่กำลังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

Tag : ตำรวจเก๊ ข่มขืน ตำรวจปลอม