เตรียมพร้อมปลดล็อกการเมืองหลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งในเดือนธันวาคม และข่าวอื่นๆ

วันที่ 7 พ.ย. 2561 เวลา 00:59 น.

Views

โดยวันนี้ท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช.กำชับให้ที่ประชุม คสช. ช่วยดูแลความสงบเรียบร้อย สนับสนุน กกต. เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้งที่วางไว้  24 กุมภาพันธ์ 2562 นี้ ทั้งนี้การปลดล็อกการเมือง จะมีการรอให้มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง สส. ในเดือนธันวาคมก่อน พร้อมมอบหมายให้อาจารย์วิษณุ เครืองาม มือกฎหมายของรัฐบาล ชี้แจงกรอบเวลาหรือ ปฏิทินเลือกตั้งเบื้องต้นในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่กฎหมายเลือกตั้ง สส. มีผลบังคับใช้จนถึงวันที่มี ครม. ชุดใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งคาดไม่เกินเดือนมิถุนายน 2562

ส่วนข้อเสนอให้องค์กรนานาชาติสังเกตการณ์การเลือกตั้งนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านยังยืนยันว่าควรให้คนไทยสังเกตการณ์กันเองจะดูดีกว่า ท่านบอกด้วยว่ามันน่าอดสูที่เราต้องไปอาศัยคนอื่นมาตรวจสอบ ทั้งที่เราพร้อมจะดูแลตัวเองได้แล้ว แต่พรรคเพื่อไทย แนะรัฐบาลควรเปิดให้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง เพราะถือเป็นเรื่องปกติที่ประเทศประชาธิปไตย และจะเป็นผลดีรับประกันความโปร่งใสของรัฐบาล และทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับจากทั้งในและต่างประเทศ

อีกประเด็นร้อนในวันนี้นั้นคือ กรณีการตรวจค้นบ้านที่มีปฏิทินปีใหม่รูป 2 อดีตนายกฯ ตระกูลชินวัตร 

โดยท่านนายกฯ  บอกต้องพิจารณาว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะปฏิทินที่มีรูปอดีตนายกฯ ที่เกี่ยวข้องกับคดีความ ส่วนท่านรองนายกฯ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านบอกว่าก็แค่ไปขอดูเท่านั้น แต่ทั้งนี้ปฏิทินนี้แจกได้หรือไม่ต้องไปถาม กกต. เพราะส่วนตัวต้องถามกลับว่าสมควรแจกไหม ภาพพวกที่หนีคดี 

ขณะที่พลตำรวจเอกศรีวราห์  รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกพบปฏิทินชุดนี้กว่า 2,000,000 ชิ้น เตรียมไว้แจกจ่ายในกรุงเทพฯ ภาคอีสานและภาคเหนือ ไม่รู้ว่าใครทำแจก และยังไม่พบการกระทำผิด หรือสร้างความขัดแย้ง

ด้านการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง สส. และการได้มาซึ่ง สว. ของ กกต. นั้น ล่าสุดจะมีความชัดเจนเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้

โดยวันนี้ที่ประชุม กกต. สรุปการแบ่งเขตเลือกตั้ง สส.ทั้ง  350 เขตทั่วประเทศแล้ว และจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการโดยประธาน กกต. ท่านอิทธิพร บุญประคอง ซึ่งก็จะมีความชัดเจนของเขตเลือกตั้งให้พรรค และผู้สมัคร สส.แล้ว

นอกจากนี้ กกต. ยังเห็นชอบให้พรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคการเมืองแล้ว หลังตรวจสอบเอกสาร และหลักฐานถูกต้องครบถ้วน ทั้งนี้มีพรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคประชานิยม พรรคไทยรุ่งเรือง ที่ได้รับความเห็นชอบพร้อมกัน

กกต. ยังประกาศให้ 436 องค์กรมีสิทธิเสนอชื่อผู้สมัคร สว. โดยตัดสิทธิ 40 องค์กร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสหกรณ์ ทั้งนี้จะมีการติดประกาศทั่วประเทศ และแจ้งองค์กรถูกตัดสิทธิยื่นคัดค้านใน 3 วันเพื่อให้ กกต.วินิจฉัยต่อไป

ปัญหาประกาศของ ป.ป.ช.ที่ให้ผู้บริหารระดับสูงในหลายองค์กร ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน เกิดปัญหาจนทำให้ ป.ป.ช. ต้องประชุมด่วน

เป็นการหารือด่วน เพื่อพิจารณาว่าจะทบทวนประกาศที่ให้ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในองค์กรภาครัฐ องค์กรอิสระ ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน จนเป็นเหตุให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยของรัฐที่มาจากภาคเอกชนขอลาออก ทั้งนี้เพื่อตีความว่า กรรมการสภามหาวิทยาลัย คือ ตำแหน่งที่อยู่ในข่ายต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินหรือไม่

ก่อนหน้านี้กรรมการสภามหาวิทยาลัย เริ่มทยอยลาออกเพราะไม่สะดวกในการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ทำให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เตรียมหารือเพื่อพิจารณาว่าจะเสนอ ป.ป.ช. เลื่อนการบังคับใช้ออกไปหรือไม่ เช่นเดียวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ขอให้กรรมการเหล่านี้อย่าเพิ่งลาออก รอให้เคลียร์กับ ป.ป.ช. ก่อน เพราะจะทำหนังสือขอให้ทบทวนประกาศดังกล่าว

เรื่องนี้สุดท้ายก็ถึงมือท่านนายกฯ เมื่อท่านสั่งให้ท่านรองวิษณุไปหารือทางออกกับ ป.ป.ช. อีกทางหนึ่งด้วย