บุกแฉกระแสดัง : หักหัวคิวเงินบริจาค บุญ-บาป

วันที่ 8 พ.ย. 2561 เวลา 11:20 น.

Views

ตั้งแต่ราวต้นปี คุณยายทองดีวัย 63 ปี แม่วัยชราและน้องม่อน นามสมมติ ลูกชาย ซึ่งป่วยเป็นเนื้องอกที่แก้ม ได้หอบหิ้วกันไปเก็บขยะ จู่ๆก็เจอกับหญิงสาวใจบุญ เธอบอกว่า สงสารน้องม่อน ที่ต้องทนทุกข์กับโรคและใช้ชีวิตอย่างลำบากอัตคัด จึงนำเรื่องราวไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก กลายเป็นข่าวดังจนมีผู้ใจบุญบริจาคเงินเข้าบัญชีท่วมท้น  
               
แต่ล่าสุด แม่ทองดี ได้วิ่งโร่ไปโรงพัก แจ้งว่าถูกนางฟ้าใจบุญรายนี้ย้อนกลับมาข่มขู่ขอเงินหลายต่อหลายครั้ง ร่วม 200,000 บาท ช่วงหลังให้เตรียมเบิกเงินอีกเกือบ 500,000 บาท เกรงว่า ถ้าไม่ให้ แล้วจะได้รับอันตราย
  
เกิดอะไรขึ้น เราจะไปติดตามความคืบหน้ากับคุณทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ "บุกแฉ กระแสดัง" จากจ.อ่างทอง

ค่ะคุณผู้ชมคะ ขณะนี้ดิฉันก็อยู่ที่บ้านแม่ทองดี และได้เปิดใจพูดคุยกรณีที่มีผู้มารีดไถเงินบริจาคของผู้ใจบุญที่ต้องการช่วยเหลือน้องม่อน ซึ่งป่วยมีก้อนเนื้องอกบวมบริเวณแก้ม โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นผู้มีบุญคุณช่วยโพสต์เฟซบุ๊กทำให้น้องได้เงินบริจาคถึงทุกวันนี้ แม่ทองดีก็ยอมให้เงินไปเพราะสำนึกในบุญคุณนั้น แต่ก็ไม่อยากเชื่อว่าสุดท้ายจะถูกรีดไถเงินไม่รู้จบเช่นนี้

แม่ทองดี แม่วัยชราท่านนี้บอกค่ะว่า ตนขอน้องม่อนมาเลี้ยงดูแม้ไม่ใช่ลูกแท้ๆแต่ก็รักเหมือนสายเลือด พองน้องอายุ 2 ขวบ ก็พบว่ามีเนื้องอกบริเวณแก้มขวา ลำพังตนเก็บขยะขาย ส่วนสามีก็มีอาชีพรับจ้าง รายได้รวมกัน 2 คนได้วันไม่กี่ร้อยบาท เลยต้องอดมื้อกินมื้อเพื่อเก็บเงินไว้รักษาน้องม่อน จนต้นปีที่ผ่านมานี้ น้องม่อนไปช่วยตนเก็บขยะ แล้วบังเอิญไปเจอคู่สามีภรรยามาเห็นเข้า เลยขอถ่ายรูปน้องม่อนไปลงเฟซบุ๊ก แล้วลงเลขบัญชีธนาคารของแม่ทองดีปรากฏว่า มีคนหลั่งไหลบริจาคเงินมาร่วม 700,000 บาท

แต่หลังจากนั้น คู่สามี-ภรรยาหัวหมอ ย้อนกลับมา อ้างว่าเป็นคนนำความช่วยเหลือทั้งหมดมาให้ ก็มาขอเงินใช้บ้าง แรกๆก็ให้ไปครั้งละ 10,000-20,000 บาท  จนตอนนี้ ร่วม 200,000 บาทแล้ว ครั้งไหนไม่ให้ก็จะโดนข่มขู่ แถมวันก่อนฝ่ายสามี ก็ขับรถมาวนเวียน คล้ายจงใจจะข่มขู่ ใจก็สงสารน้องม่อน อยากเก็บเงินไว้รักษาน้องให้หายจากโรคมากกว่า

ล่าสุด หมอวินิจฉัยแล้วว่า น้องม่อนเป็นโรคท้าวแสนปมข้างใน อาจต้องผ่าก้อนเนื้อออกมา แม้น้องจะบอกว่า ไม่ค่อยเจ็บแต่ใบหน้าที่บวมปูด ทำให้น้องอยากหายจากโรคที่เป็นอยู่

ด้านลูกสาวเล่าว่า สามีภรรยาคู่นี้มักแอบมาหาแม่อยู่บ่อยๆ พอมาที แม่ก็จะให้ตนพาไปถอนเงินมาให้เขา ครั้งละ10,000-20,000 บาท อ้างว่า จะนำเงินไปรักษาญาติที่ป่วยเป็นมะเร็ง ซ้ำยังทวงบุญคุณ ถ้าเค้าไม่ช่วย แม่กับน้องม่อนก็คงไม่มีเงินมากขนาดนี้ ล่าสุด คนคู่นี้ได้มาจัดแจงเรื่องบอกว่า จะพาน้องม่อนไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ พร้อมบอกให้แม่ถอนเงินไปด้วย 400,000 -500,000 บาท แม่กลัวถูกหลอกเลยไม่กล้าไปตามนัด

สุดเจ็บใจมารู้อีกว่า นางสาวอ้อย นามสมมุติ ได้โพสต์บัญชีธนาคารของเจ้าตัวควบคู่ไปกับเลขบัญชีของแม่ด้วย ก็ไม่รู้ว่าป่านนี้ เงินเข้าบัญชีเธอไปเท่าไหร่แล้ว แต่ยังมาเบียดเบียนขอเงินจากแม่อีก

เพื่อนบ้านบอก รู้ข่าวแล้วก็เวทนา ปกติยายทองดีจะรักน้องม่อนมากดูแลกันมาตั้งแต่แบเบาะ พอรู้ว่าน้องม่อน เป็นเนื้องอกที่แก้ม ก็พยายามจะเก็บออกเงินไว้รักษาน้อง แต่ด้วยความยากจน ก็รักษาได้เท่าที่มีเงิน ยืนยัน แม้ได้เงินบริจาคมาแต่ยายทองดีก็ไม่ได้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ยังคงออกไปเก็บขวดขายเหมือนเดิม เจียดเงินมาซ่อมแซมบ้านบ้าง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้แม่ทองดีก็ได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจเพื่อเป็นหลักฐาน เพราะถูกข่มขู่และตนเองก็อายุมากแล้ว เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

ด้านตำรวจ เปิดเผยว่า ล่าสุดรู้ตัวผู้ที่มาขอเงินยายแล้ว ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี เพราะกำลังอยู่ระหว่างเรียกตัวมาสอบถาม เนื่องจากเงินก้อนแรกที่ยายให้นางสาวอ้อยไปนั้น ยายบอกว่าเต็มใจให้

แต่หลังจากนั้นได้มีการมาข่มขู่จะเอาเงินอีก ซึ่งก็ถือว่ามีความผิด กรรโชกทรัพย์ ซึ่งหลังเกิดเหตุก็ได้ส่งสายตรวจนอกเครื่องแบบ ช่วยดูแลความปลอดภัยให้องแม่ลูกแล้ว

ต้องบอกว่า สำหรับคนบางคน เงินทอง ไม่เข้าใครออกใครกรณีนี้ไม่แน่ใจว่า แท้จริงแล้วตั้งแต่เริ่มต้น หญิงสาวรายนี้ไม่ได้เจตนาจะมาเอาเงินของแม่-ลูกแต่พอเห็นว่ามีเงินก้อนโตเข้าบัญชี ก็เลยเปลี่ยนใจมาขอส่วนแบ่ง หรือไม่หรือจริงแล้ว ทั้งคู่-สามีภรรยาวางแผนกันมาตั้งแต่ต้น ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการทางกฎหมาย

Tag : บุกแฉ กระแสดัง