ชี้ชัด รพ.พระราม2 ผิด 5 กรณี อธิบดีกรม สบส.สั่งเอาผิดหัวยันหาง

วันที่ 20 พ.ย. 2561 เวลา 13:54 น.

Views

จากกรณี ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมได้มายื่นหนังสือร้องเรียนโรงพยาบาลพระราม 2 ว่าปฏิเสธการรักษาและมีบริการทางการแพทย์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จนทำให้หญิง อายุ 38 ปี ที่ถูกสาดน้ำกรดจนเสียชีวิตในเวลาต่อมานั้น

นายแพทย์ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าว กรม สบส.ได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่โรงพยาบาลพระราม 2 เพื่อรวบรวมข้อมูลขณะเกิดเหตุ ทั้งจากเอกสารทางการแพทย์ ภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล และนำข้อมูลเสนอให้กับที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ และเอกชน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), สำนักงานอัยการสูงสุด และสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ฯลฯ ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยที่ประชุมมีมติให้ส่งเรื่องแก่คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีดำเนินการเปรียบเทียบปรับ ในความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และพนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญาในความผิดที่มีอัตราโทษเกิน 1 ปีขึ้นไปในความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ทั้งหมด 5 กรณี
(1) ในขณะที่เกิดเหตุ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นที่มิใช่แพทย์ดำเนินการแทนแพทย์
(2) ไม่ควบคุม ดูแลให้แพทย์ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบวิชาชีพ
(3) ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ไม่จัดให้มีรายงานหลักฐานเกี่ยวกับผู้ป่วย
(4)ผู้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการสถานพยาบาลไม่ควบคุมและดูแลให้มีการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยจนพ้นจากขีดอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพและตามประเภทของสถานพยาบาล
(5)ไม่ควบคุมและดูแลการประกอบกิจการสถานพยาบาลให้เป็นไปตามมาตรฐาน คือ ไม่มีการจัดทำหนังสือส่งตัวผู้ป่วย และการส่งต่อผู้ป่วยอย่างไม่เหมาะสมกับสภาพร่างกายผู้ป่วย

นอกจากนี้ พยาบาลที่เป็นผู้รับหญิงถูกสาดน้ำกรด ให้การยอมรับว่า ได้รักษาพยาบาลเบื้องต้น แต่ไม่ได้รายงานแพทย์เวร จึงเข้าข่ายความผิดจริยธรรมวิชาชีพ ต้องรายงานต่อสภาการพยาบาลพิจารณาต่อไป ส่วนการดัดแปลงอาคารจอดรถ ให้เป็นอาคารผู้ป่วยนอกนั้น ระบุว่า ขณะนี้สั่งหยุดให้บริการไว้ก่อน จนกว่าจะมีการขออนุญาตและตรวจสอบให้ถูกต้อง

นายแพทย์ณัฐวุฒิฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อความชัดเจนในการประเมินเกณฑ์ผู้ป่วย ขอให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งใช้ระบบบันทึกและประเมินผู้ป่วยในระบบ UCEP ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ในการประเมินเกณฑ์ผู้ป่วย หากประเมินแล้วพบว่า เข้าข่ายผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) สถานพยาบาลต้องให้การรักษาพยาบาลอย่างเต็มความสามารถ โดยห้ามเรียกเก็บค่าใช้จ่ายภายใน 72 ชั่วโมงแรกแต่อย่างใด แต่หากประเมินแล้วพบว่า มิได้เข้าข่ายฉุกเฉินวิกฤต (สีแดง) ก็ควรสื่อสาร ชี้แจงถึงสิทธิในการรักษาพยาบาลกับผู้ป่วยหรือญาติเพื่อมิให้เกิดการเข้าใจผิด ในกรณีที่ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการสภานพยาบาลสถานพยาบาลใดกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541

Tag : สาดน้ำกรด โรงพยาบาลพระราม2 รพ.พระราม2 อัจฉริยะ