รวบตัว! สาวใหญ่อินโดฯ วางยานักท่องเที่ยว เสียชีวิต 1 สาหัส 1 ก่อนชิงทรัพย์

วันที่ 20 พ.ย. 2561 เวลา 15:45 น.

Views

ตำรวจจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวจับ นางลินดา เวลลิส (MRS.Linda Wellish) อายุ 54 ปี ชาวอินโดนีเซียผู้ต้องหารายสำคัญ ก่อเหตุวางยานักท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่จนเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย แล้วชิงทรัพย์สินหลบหนีไป

สืบเนื่องจากวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ตำรวจรับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านตัวเมืองเชียงใหม่จึงเข้าไปตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต คือ นายตาริค บัด อาหมัด (Mr. Tariq bhat Ahmad) อายุ 56 ปี ชาวอินเดีย ในสภาพนอนน้ำลายฟูมปากอยู่บนเตียง ไม่สวมกางเกง และไม่มีร่องรอยการต่อสู้ภายในห้องพบแก้วกาแฟที่ดื่มแล้วจำนวนสองใบ และแหวนที่นิ้วของผู้ตายหายไป

ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่าก่อนเสียชีวิตนายตาริค บัด อาหมัด เดินเข้าโรงแรมกับหญิงสาวรูปร่างท้วม สวมเสื้อสีดำ ผมสั้น สันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะถูกหญิงสาวคนดังกล่าววางยาในแก้วกาแฟแล้วชิงทรัพย์ ตำรวจจึงเร่งติดตามตัวหญิงต้องสงสัยมาสอบปากคำแต่ยังไร้วี่แวว

กระทั่งวันที่ 20 สิงหาคม นายจีน เบิร์ท โวล์ฟกัง  (MR.Gene Bert Wolfgang) อายุ 69 ปี ชาวอเมริกันเข้าแจ้งความกับตำรวจภูธรช้างเผือกว่า ถูกหญิงสาววางยาในแก้วกาแฟจนเขาสลบไป แต่โชคดีที่เขาไม่เสียชีวิต จากนั้นตรวจสอบทรัพย์สินพบว่า เงินสดจำนวน 9,500 บาท และบัตรเครดิตถูกขโมยไป

ตำรวจจึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดเกิดเหตุพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนเดียวกัน โดยหญิงสาวรูปร่างท้วมได้เข้าไปตีสนิทกับเขา ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนทั้งคู่จะเดินเข้าโรงแรมด้วยกัน

หลังจากก่อเหตุ หญิงสาวคนดังกล่าวได้ใช้บัตรเครดิตที่ขโมยมาไปรูดซื้อแหวนเพชรที่ห้างสรรพสินค้า ราคารวมประมาณ 400,000 บาท ก่อนหายตัวไป

จากนั้นตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับ นางลินดา เวลลิส แต่พบว่าผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม กระทั่งล่าสุด ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี แจ้งว่าผู้ต้องหาเดินทางย้อนกลับเข้ามาประเทศไทยอีกครั้ง จึงคุมตัวมาสอบปากคำทันที

เธอยอมรับว่านำแหวนของผู้ตายและบัตรเครดิตของผู้เสียหายไปรูดซื้อแหวนเพชรจริง เพราะทั้งคู่ซื้อบริการทางเพศแต่ไม่ยอมจ่ายเงิน จึงขโมยทรัพย์สินไป แต่ปฏิเสธไม่ได้วางยาทั้ง 2 คน

ตำรวจไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เพราะจากการตรวจสอบร่างกายผู้เสียหายพบมีสารพิษจริง ตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา พบว่ามีการเดินทางเข้าออกประเทศไทยกว่า 30 ครั้ง และก่อเหตุลักษณะเดียวกันในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น อุดรธานี และกรุงเทพมหานคร คาดว่ามีผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 5 ราย

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ชิงทรัพย์ , ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์โดยมิชอบ” ก่อนส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

Tag : สาวอินโดนิเซีย