บุกแฉ กระแสดัง : สวมรอยฮีโร..เรี่ยไรเงินช่วยคนเจ็บ

วันที่ 29 พ.ย. 2561 เวลา 11:20 น.

Views

เมื่อใดที่โลกโซเชียลที่การโพสต์เรื่องราวที่ขอความช่วยเหลือ หรือขอรับบริจาคเงิน ด้วยนิสัยคนไทย ขี้สงสาร มีน้ำใจ ก็ยินดีที่จะช่วยเหลือ ทำให้มีมิจฉาชีพมักสวมรอยมาหากินทุจริตแบบนี้..

"มูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท" จับโป๊ะแตกได้หลังพบข้อมูลว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งสวมบทเป็นฮีโร แถมฉกภาพกู้ภัยไปโพสต์ ระบุข้อความว่า ตนเองนี่แหล่ะเป็นคนไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บรายหนึ่งจากอุบัติเหตุรถเสียหลักตกคลองที่เป็นข่าวดัง และอ้างว่าผู้บาดเจ็บต้องการขอความช่วยเหลือจากผู้มีน้ำใจเป็นค่ารักษาพยาบาล 50,000 บาท โดยได้ขึ้นชื่อและเลขบัญชีไว้เสร็จสรรพ

อ้าว!! งงกันยกใหญ่หล่ะสิ เพราะมีข้อเท็จจริงหลายอย่างไม่ตรง บังเอิญผู้สื่อข่าวพิเศษประจำจังหวัดชัยนาท 7HD ของเรา ก็ไปจุดเกิดเหตุวันนั้นด้วย และได้บันทึกภาพอุบัติเหตุรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน กฉ 9053 ลพบุรี เสียหลักตกลงไปในคลองชลประทาน มี 1 ในพลเมืองดี ก็คือ ลุงจำรัส อายุ 52 ปี คนนี้ ที่ได้กระโดดน้ำลงไปช่วยผู้ประสบเหตุ 4 คน ก่อนที่จะมีคนแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ หน้าตานี่คนละคนกับผู้โพสต์เรี่ยไรเงินเลย ไปฟังเสียงลุงฮีโรตัวจริงกัน..      

เพื่อความกระจ่าง คุณวิสุทธิ์ เพ็ญวิเชียร ลงพื้นที่ไปเปิดใจเจ้าหน้าที่และผู้ประสบเหตุ รู้ได้อย่างไรว่ามีมิจฉาชีพสวมรอยหากินเช่นนี้ ไปติดตามกัน..           

ที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จ.ชัยนาท ซึ่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครของที่นี่ ได้นำเรื่องราวของมิจฉาชีพหลอกเรี่ยไรเงิน ออกมาแฉหลังพบว่าข้อมูลทั้งสถานที่เกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้บาดเจ็บ และพลเมืองดีที่เข้าไปช่วยเหลือ แตกต่างกันหน้ามือเป็นหลังมือ

โดย นายนิพลธ์ ปัญญาทร หัวหน้ามูลนิธิร่วมกตัญญู จ.ชัยนาท เปิดเผยว่าตนได้รับแจ้งจากชาวเน็ตว่ามีมิจฉาชีพใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า "คนเรา มีหัวใจนะ" อ้างตัวว่าตนเองเป็นพลเมืองดีได้เข้าไปช่วยเหลือชายคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุรถเก๋งโตโยต้า ยาริส ตกคลอง แถมนำรูปสภาพรถพังเสียหายไปโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก "หางานโรงงาน นิคมสระบุรี เหมราช หนองแค" อ้างว่าคนเจ็บต้องการเงินค่ารักษาจำนวน 50,000 บาท ยืนยันว่าเป็นเรื่องลวงโลก

จริงๆ แล้วอุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 24 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จุดเกิดเหตุ คือ ถนนสายชัยนาท-สิงห์บุรี บริเวณ ม.2 ใน อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ผู้บาดเจ็บเป็นหญิงสาว 2 คน และเด็กเล็กอีก 2 คน ไม่ได้เป็นผู้ชายอย่างที่มิจฉาชีพกล่าวอ้าง

ส่วนพลเมืองดีตัวจริงเสียงจริงก็เป็นชาย วัย 52 ปี ที่กระโดดน้ำลงไปช่วยชีวิตทั้ง 4 คน ออกจากรถเก๋งที่จมน้ำได้ทัน รอดชีวิตหวุดหวิด และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสรรพยา ซึ่งอาการปลอดภัยแล้ว ในวันนั้นอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูชัยนาท ได้รับการประสานนำรถลากไปกู้รถเก๋งขึ้นจากน้ำ..

ทั้งนี้ก็ไม่คิดเลยว่าจะมีมิจฉาชีพ ภัยสังคม มาหลอกหากินบนความเมตตาสงสารของผู้คน หลังนำเรื่องมาโพสต์เตือนภัยในเพจมูลนิธิฯ ก็ได้รับข้อมูลว่ามีผู้หลงเชื่อโอนเงินไปแล้วหลายคน บางคนได้ทักแชทไปหามิจฉาชีพเพื่อสอบถามแต่ถูกตอบกลับด้วยคำหยาบคาย และเมื่อนำชื่อ อาทิตย์ พูลทวี ไปเสิร์ชหาข้อมูลในกูเกิ้ลก็พบว่ามีชื่อนี้เปิดบัญชีไว้หลายธนาคาร จึงฝากเตือนทุกคนอย่าหลงเชื่อ..

ขณะที่หญิงผู้บาดเจ็บที่ขับรถตกคลองชลประทาน ในวันเกิดเหตุ ก็เล่าว่าวันเกิดเหตุมีคนอยู่ในรถทั้งหมด 4 คน มีเธอ พี่สาว และก็หลานชายหญิง อีก 2 คน ขณะขับรถอยู่ดีๆ มีรถอีกคันตัดหน้าเลยทำให้เธอหักหลบจนรถเสียหลักตกคลอง ซึ่งก็มีพลเมืองดีซึ่งเป็นชาวบ้านแถวนั้น รวมถึงคนขับรถทัวร์ที่จอดรถลงมาช่วย และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูจังหวัดชัยนาท โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรมาก แค่บาดแผลตามตัวและอาการบวมช้ำเล็กน้อย
 
พอมารู้ข่าวภายหลังว่ามีคนนำภาพรถประสบอุบัติเหตุของเธอไปเรี่ยไรเงินค่ารักษาพยาบาล ก็ตกใจ เพราะจริงๆ แล้ว พ.ร.บ.รถเธอก็ครอบคลุมค่ารักษาทั้งหมด ยืนยันว่าไม่รู้จักคนโพสต์ แต่เธอยังให้โอกาสไม่แจ้งความเอาผิด และก็อยากให้คนโพสต์หยุดการกระทำที่นำความเป็นความตายของคนอื่นมาหาเงินเข้าตัวแบบนี้ เพราะเป็นการหลอกลวงและทำให้ผู้อื่นเสียหาย

แม้ขณะนี้จะยังไม่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเอาผิดมิจฉาชีพรายนี้ แต่ในทางกฎหมายก็ถือว่ามีความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ล่าสุดพบว่าเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวได้ปิดไปแล้ว ก็หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยมิจฉาชีพอีกรูปแบบที่ต้องระวัง

เคราะห์ดีที่ชาวโซเชียลและคนในพื้นที่ตาไว แถมรู้ข้อมูลอุบัติเหตุครั้งนี้ดี เลยจับโป๊ะแตกมิจฉาชีพรายนี้ได้ ก่อนที่จะมีผู้ใจบุญพลาดท่าตกเป็นเหยื่อโอนเงินไปช่วย ให้เจ็บใจมากกว่านี้..

Tag : บุกแฉ กระแสดัง