การเตรียมประชุมแม่น้ำ 5 สาย กับ กกต.และตัวแทนพรรคการเมือง และข่าวอื่นๆ

วันที่ 7 ธ.ค. 2561 เวลา 01:04 น.

Views

โดยวันพรุ่งนี้คอการเมือง จะได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับแผนเลือกตั้งของ คสช.และกกต. ผ่านวงหารือแม่น้ำ 5 สาย กกต.และตัวแทนพรรคการเมือง ซึ่งจะรู้ว่าแต่ละขั้นตอนที่ก้าวสู่การเลือกตั้งปีหน้าถูกวางไว้อย่างไร โดยเฉพาะวันปลดล็อก และวันเลือกตั้ง โดยมีท่านนายกฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่งหัวโต๊ะชี้แจงลำดับขั้นตอนต่างๆ ด้วยตนเอง

จากนั้นเป็นคิวรองนายกฯ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่จะว่ายาวงานด้านความมั่นคง ก่อนที่ กกต.สรุปความพร้อมการเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งทั่วไป สุดท้ายเป็นคิวรับฟังปัญหา ความเห็น และข้อเสนอแนะจากพรรคการเมืองโดยใช้เวลาเบ็ดเสร็จเวลา 13.00 น. จนถึง 15.00 น. ซึ่งล่าสุดเลขาธิการ กกต.ระบุมีพรรคตอบรับเข้าร่วม 50-60 พรรคแล้ว 

แต่ก็มีหลายพรรคปฏิเสธคะทั้งพรรคประชาธิปัตย์, เพื่อไทย, เพื่อธรรม, เพื่อชาติ หรืออย่างพรรคอนาคตใหม่ โดยต่างก็ให้เหตุผลคล้ายๆ กันถึงความไม่เหมาะสมที่นายกฯ จะนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน เพราะตอนนี้ถือว่าไม่ใช่กรรมการแล้ว แต่เป็นผู้มีส่วนได้เสียทางการเมือง หลังพรรคพลังประชารัฐประกาศทาบทามให้อยู่ในบัญชีนายกฯของพรรค มีสถานะเป็นผู้เล่นในสนามเลือกตั้ง

เรื่องนี้ท่านนายกฯ ยืนยันยังอยู่ในสถานะกรรมการ พร้อมเปรียบเปรยพรรคที่ไม่เข้าร่วมประชุม เหมือนนักมวยขึ้นเวที พอกรรมการเรียกมาชี้แจงก็ไม่รับคำเชิญไม่เคารพกติกา นี่ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องชกเลย เช่นเดียวกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่มองว่าพรรคที่ไม่เข้าร่วมประชุมมีเจตนาตีรวนเท่านั้น

และที่มาพร้อมกับข่าวปลดล็อกและกำหนดวันเลือกตั้ง ก็คือกระแสข่าวการจับขั้วการเมือง โดยโฟกัสไปที่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกข่าวดึงไปสนับสนุนขั้วพลังประชารัฐ โดยพลเอกประวิตร ยืนยันไม่ได้พูดคุยกับใคร ทาบทามใคร แต่ท่านก็ไม่ดีลการเมืองเสียทีเดียว เพราะท่านบอกถ้าจำเป็นต้องคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องเป็นคุณอภิสิทธิ์เท่านั้นไม่ผ่านใคร ขณะที่คุณอภิสิทธิ์เอง ก็ยังยืนยันไม่จับขั้วกับพลังประชารัฐ หากยังมีนโยบายเศรษฐกิจเช่นนี้  

และประเด็นเศรษฐกิจวันนี้ หัวหน้าและตัวแทน 6 พรรคการเมือง ก็ร่วมระดมสมองเรื่องนโยบายเศรษฐกิจหลังการเลือกตั้ง ที่เน้นคือต้องลดความเหลื่อมล้ำ และการผูกขาด

เป็นเวทีที่มีหัวหน้า หรือระดับแกนนำตัดสินใจของพรรคการเมือง ที่ร่วมเสวนา ที่เห็นตรงกันคือการลดอำนาจนิยมให้ไปสู่การเป็นประชาธิปไตย แก้ไขปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และกระจายรายได้ ลดอำนาจรัฐ ลดการผูกขาดด้านเศรษฐกิจ และเพิ่มอำนาจให้กับประชาชน โดยเสนอให้สร้างตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจใหม่แทนตัวเลข GDP เพื่อให้สะท้อนคุณภาพที่แท้จริงของประชาชนทั่วไป ซึ่งทุกมาตรการและทุกโครงการจะต้องมีการประเมินผลว่าประชาชนได้อะไรบ้าง

ส่วนประเด็นร้อนๆ อย่างการขึ้นป้ายประกาศสนับสนุนท่านพลเอกประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัยนั้น ล่าสุดรัฐบาลแจ้งว่าทำได้ เพราะยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง แต่ทั้งนี้ในพื้นที่มีการปลดป้ายลงแล้ว 

เรียกเสียงฮือฮามา 2 วันกับป้ายสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ ที่ราชบุรี ของกลุ่มภาคีเครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน เรื่องนี้มีคนตั้งคำถามเข้าข่ายหาเสียงล่วงหน้าหรือไม่ จนในที่สุดมีการปลดป้ายลงแล้ว โดยตัวท่านนายกฯ ก็ปฏิเสธความเกี่ยวข้อง ไม่มีส่วนรู้เห็น และส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการกระทำเช่นนี้  ถึงจะชื่นชอบอยากสนับสนุนแต่ต้องระมัดระวังด้วย เพื่อไม่ให้สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ทั้งนี้รองนายกฯ อาจารย์วิษณุ เครืองาม ท่านบอกสามารถทำได้นะ และแต่ละพรรคก็ทำได้เช่นกัน เพราะยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาจัดการเลือกตั้ง

ขณะที่เลขาธิการ กกต. พันตำรวจเอกจรุงวิทย์ ภุมมา ไม่ขอให้ความเห็นคะบอกเพียงว่าในวันที่ 19 ธันวาคม กกต.จะนัดทุกพรรคหารือแนวทางหาเสียง การจัดทำป้าย การใช้สื่อโซเชียลมีเดีย การดีเบต และค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง