เร่งสืบหาเบาะแสคนร้ายฆ่าโหดเสี่ยร้านเฟอร์นิเจอร์เมืองพัทยา

วันที่ 7 ธ.ค. 2561 เวลา 15:45 น.

Views

ตำรวจเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งริมถนนเทพประสิทธิ์ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเปิดเป็นร้านทำเฟอร์นิเจอร์ หลังได้รับแจ้งว่าเจ้าของร้านคือ นายประยูร ปิติพงษ์พล อายุ 62 ปี ถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมเสียชีวิต เมื่อตรวจสอบบนชั้น 2 พบร่างของนายประยูรถูกแทงที่หน้าอกและต้นขาขวาอย่างโหดเหี้ยม โดยมีคราบเลือดเปื้อนเกรอะกรังตามลำตัว ในสภาพสวมกางเกงขาสั้นตัวเดียว ไม่สวมเสื้อ ขณะที่บริเวณลำคอ ข้อมือและข้อเท้าของผู้เสียชีวิต ถูกมัดด้วยเทปกาวอย่างแน่นหนา ในที่เกิดเหตุยังพบมีดปลายแหลมเปื้อนเลือดตกอยู่ในที่เกิดเหตุ 1 เล่ม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ ตำรวจยังพบคราบเลือดเปรอะเปื้อนตามพื้น ทั่วบริเวณร้าน ทั้งชั้นล่างและชั้นสอง ขณะที่ข้าวของภายในร้านอยู่ในสภาพล้มระเนระนาด

สอบถาม นายดำรงค์ศักดิ์ ฉลาดลบ อายุ 40 ปีคนงานประจำร้านบอกว่า ขณะเกิดเหตุ เขาไม่ได้อยู่ในร้าน แต่มีเพื่อนคนงานที่ร้านข้างเคียง เห็นคราบเลือดในร้าน จึงโทรศัพท์มาบอก เขาจึงรีบกลับมาดู เบื้องต้น ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ จึงคุมตัวนายดำรงศักดิ์ และนายขุน หรือ “คม” (ไม่ทราบนามสกุล) ซึ่งเป็นคนงานอีกคนไปสอบสวนเพิ่มเติม

ขณะที่ นางกชกร สกุลโชคไพรัช อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวผู้ตาย เปิดเผยว่า พี่ชายไม่มีภรรยา อยู่คนเดียวมาหลายปี โดยจะพักอาศัยอยู่กับลูกน้องที่ร้าน ซึ่งก่อนหน้านี้พี่ชายเคยโทรมาบอกว่า ลูกน้องไม่ช่วยทำงานเต็มที่ ทำให้งานเสร็จไม่ทันส่งลูกค้า จนถูกลูกค้าต่อว่าหลายครั้ง

ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดหรือยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตราย, หน่วงเหนี่ยวกักขัง, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และพกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้านเมืองหรือทางสาธารณะ

โดยนายสมโภชน์และสมาชิกแก๊งมะเดี่ยวเมืองนนท์รวม 6 คน ก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่และอุ้มผู้เสียหายจากบ้านพักบริเวณวัดแก้วฟ้า ย่านเกียกกาย กรุงเทพมหานคร มาที่บ้านนายมะเดี่ยวที่เป็นหัวหน้าแก๊ง เพื่อเคลียร์หนี้สินจำนวน 100,000 บาท

ต่อมาตำรวจ สน.บางโพ ได้จับนายสมโภชน์นำตัวส่งศาลอาญา หลังศาลให้ประกันได้หลบหนีไป โดยนายสมโภชน์รับสารภาพว่า หลังจากได้ประกันตัวก็หลบไปอาศัยตามบ้านญาติในชุมชนวัดเขมา เนื่องจากเติบโตมาในย่านนี้ ทำให้มีคนแจ้งข่าวเวลาตำรวจจะเข้ามาในชุมชน จึงรอดถูกจับเรื่อยมา

สำหรับฉายา “เบิร์ด พระนคร” เกิดจากชอบก่อเหตุอาชญากรรมรอยต่อย่านเกียกกาย ประชาชื่น แล้วหลบหนีเข้าไปในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จนพรรคพวกให้ฉายาดังกล่าว