เตรียมออกหมายจับเยาวชนชายฆ่าหญิงอายุ 60 ปี ก่อนอุ้มศพทิ้งข้างทาง

วันที่ 19 ธ.ค. 2561 เวลา 06:59 น.

Views

เกิดเหตุเยาวชนชายอายุ 17 ปี ทำร้ายแม่ค้าขายของชำอายุ 60 ปี จนเสียชีวิต ในพื้นที่เมืองขอนแก่น ก่อนอุ้มศพผู้เสียชีวิตทิ้งไว้ริมถนน โดยตำรวจพบประวัติผู้ก่อเหตุอยู่ระหว่างหลบหนีคดีคดีชิงทรัพย์ และทำร้ายร่างกาย

เตรียมออกหมายจับเยาวชนชายฆ่าหญิงอายุ 60 ปี จ.ขอนแก่น
ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านซ่อมแอร์รถยนต์แห่งหนึ่ง ในชุมชนเทพารักษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น เผยให้เห็นภาพชายสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขาสั้น กำลังชี้หน้าด่าหญิงที่สวมใส่ผ้าถุง แต่จู่ ๆ ชายคนดังกล่าวได้ใช้มือตบไปที่ใบหน้าของเธอ ก่อนวัยรุ่นอีก 2 คนที่อยู่ในเหตุการณ์จะพยายามเข้าห้ามปราม

ผ่านไปประมาณ 30 นาที มีชาวบ้านมาพบ นางวนิดา แพรนุ่น อายุ 60 ปี แม่ค้าขายของชำที่ปรากฏในภาพจากกล้องวงจรปิด นอนหมดสติอยู่ในสภาพถูกทำร้าย มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะ กระทั่งชาวบ้านได้แจ้งให้อาสาสมัครกู้ภัยมาช่วยปฐมพยาบาล แต่แม่ค้าอายุ 60 ปี ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วง 07.00 น.ของวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา

พันตำรวจเอกจำลอง สุวลักษณ์ ผู้กำกับการ สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุคือเยาวชนชายอายุ 17 ปี ที่ปรากฏพฤติการณ์ในภาพจากกล้องวงจรปิด ส่วนผู้เสียชีวิตคือ ยายติ๋ม ซึ่งเป็นคนในชุมชนเดียวกัน ส่วนสาเหตุเกิดขึ้นระหว่างที่ผู้ก่อเหตุไปต่อว่าผู้เสียชีวิต ขณะนำขยะไปทิ้งที่ถังขยะริมถนนปากซอยชุมชน ก่อนจะเกิดการโต้เถียงกันขึ้น

แต่เมื่อผู้เสียชีวิตพยายามจะเดินไปพูดคุยเจรจากับคนในครอบครัวของผู้ก่อเหตุ ปรากฏว่าถูกผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง โดยมีแม่และยายของชายคนดังกล่าวพยายามช่วยกันห้ามปราม แต่กลับถูกทำร้ายไปด้วย จากนั้นผู้ก่อเหตุได้อุ้มผู้เสียชีวิตมาโยนทิ้งริมถนนแล้วหลบหนีไป

ขณะนี้ ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เร่งรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลจังหวัดขอนแก่น ออกหมายจับชายอายุ 17 ปีแล้ว นอกจากนั้นยังคงพบว่าชายคนดังกล่าวเคยก่อเหตุชิงทรัพย์ และคดีทำร้ายร่างกาย ก่อนจะถูกศาลออกหมายจับ แต่ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างหลบหนีคดี กระทั่งกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก ส่วนสาเหตุน่าจะเกิดจากเรื่องส่วนตัว

รวบภรรยาผู้ต้องหาฆ่ายกครัว จ.ตาก
ความคืบหน้าคดีที่แรงงานชาวเมียนมาฆ่ายกครัว 4 ศพ ชาวเมียนมาด้วยกัน ตำรวจและฝ่ายปกครองสามารถจับกุมหญิงชาวเมียนมา อายุ 60 ปี ภรรยาของนายส่วย อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาชาวเมียนมาที่ถูกศาลออกหมายจับ หลังร่วมกับพวกก่อเหตุใช้ไม้ทุบตีฆาตกรรม นายอะดอ อายุ 47 ปี, นางมะขิ่นละ อายุ 45 ปี, ลูกชายอายุ 4 เดือน และอายุ 4 ขวบ รวมทั้งหมด 4 ศพอย่างโหดเหี้ยม ที่กระท่อมกลางไร่ ในอำเภอท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เมื่อค่ำคืนของวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา

ภรรยาของนายส่วย ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่ายกครัวเพื่อนบ้าน และอาจมีส่วนรู้เห็นในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยตำรวจได้ควบคุมตัวภรรยานายส่วย สอบสวนขยายผล ซึ่งได้ให้ปากคำว่าสามีของเธอเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะเมาขาดสติ และเกิดเหตุทะเลาะวิวาทมีปากเสียงอย่างรุนแรงกับครอบครัวผู้เสียชีวิต หลังก่อเหตุเธอพร้อมสามีและเพื่อนของสามีอีกคนได้กระจายตัวหลบหนี ก่อนจะถูกจับกุมตัวได้ในไร่อ้อยพื้นที่แนวชายแดนไทย-เมียนมา ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างควบคุมตัวภรรยาของผู้ต้องหาสอบสวนขยายผลติดตามจับกุมนายส่วย และเพื่อนอีกคนมาดำเนินคดี

รวบผู้ต้องหา 2 คน ฆ่าโหดมัดมือเท้า ก่อนโยนศพทิ้ง จ.นครปฐม
กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้แถลงผลการจับกุม นายกิตติพัฒน์ ไพริน อายุ 27 ปี และนายสมเกียรติ แจ่มจันทร์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหา 2 คน ที่ก่อเหตุใช้แหมัดมือและเท้า ก่อนยิงนายสุพจน์ เกษรบัว อายุ 25 ปี เสียชีวิต จากนั้นก็ทิ้งศพไว้ริมถนนในพื้นที่ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา

พลตำรวจโท ธนา ชูวงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เปิดเผยว่า ตำรวจได้แกะรอยจากหลักฐานพยานแวดล้อม และพยานบุคคล รวมถึงกล้องวงจรปิดตามเส้นทางการหลบหนี กระทั่งได้สอบถามกับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จนทราบว่ามีรถตู้สีขาวขับออกไปจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว จนมีพิรุธ จนกระทั่งสืบพบว่ารถตู้คันดังกล่าวมี นายกิตติพัฒน์ เป็นผู้ขับขี่ในวันที่เกิดเหตุ ส่วนนายสมเกียรติ เป็นผู้ลงมือยิงผู้เสียชีวิต

ผู้ต้องหาสารภาพว่า ช่วงเกิดเหตุได้ขับรถไปเรียกผู้เสียชีวิตออกมาจากบ้านแล้วขึ้นรถมาด้วยกัน จากนั้นได้มีปากเสียงกันบนรถ จึงได้ใช้อาวุธปืนที่เตรียมมาตีศีรษะผู้เสียชีวิตจนแตก และสลบ ก่อนร่วมกันใช้เชือกสีเขียวมัดมือมัดเท้าและใช้แหจับปลามัดปาก และได้ขับรถวนไปมาอยู่ถึง 2 รอบ เมื่อมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุได้นำตัวผู้เสียชีวิตลงจากรถ ก่อนจะใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันกระหน่ำยิงจนเสียชีวิต และทิ้งศพเอาไว้

Tag : สนามข่าว 7 สี ทำร้ายแม่ค้า วัยรุ่นทำร้ายแม่ค้า วัยรุ่นฆ่าแม่ค้า ฆ่ายกครัว ฆ่ายกครัว 4 ศพ ฆ่ายกครัวชาวเมียนมา ฆ่ามัดมือมัดเท้า ฆ่าทิ้งศพข้างทาง