หลักฐานมัดรถเก๋งไล่ชนบิ๊กไบก์

วันที่ 11 ม.ค. 2562 เวลา 00:19 น.

Views

จากเหตุการณ์รถเก๋งและรถจักรยานยนต์แบบบิ๊กไบก์เฉี่ยวชนกันจนรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มร่างของผู้ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์กระเด็นไปถูกรถแท็กซี่และรถกระบะชนซ้ำ โดยผู้ซ้อนท้ายเสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ซึ่งนอนเจ็บอยู่กลางถนน มีผู้เห็นว่ามีชาย 1 คน เข้าไปเตะซ้ำก่อนจะหลบหนีไป เหตุเกิดใกล้โรงพยาบาลภูมิพลฯ เมื่อคืนวานนี้ หลังเกิดเหตุตำรวจพบทะเบียนรถเก๋งตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงใช้เป็นเบาะแสตามตัวคนขับรถมาได้ คือ นายชนินทร์ สุดนิมิตร

สอบสวนรอบแรก นายชนินทร์อ้างว่าไม่ได้ขับรถย้อนศรไล่ชนรถบิ๊กไบก์ตามที่เป็นข่าว แต่ยอมรับว่าขับรถอยู่ในจุดดังกล่าวซึ่งกำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้า ช่องจราจรบางจุดเป็นทางเบี่ยงไปมา ก่อนเกิดเหตุรถจักรยานยนต์คู่กรณีได้ขี่ปาดเข้ามาในช่องทางเบี่ยง จึงพยายามหักหลบแต่ก็ไม่พ้นเกิดเฉี่ยวชนกันขึ้น

นายชนินทร์ ยังบอกอีกว่า หลังเกิดเหตุเห็นรถจักรยานยนต์ 3-4 คัน ขี่ตามรถจักรยานยนต์คู่กรณีมา และมีผู้จอดรถเดินไปดึงเอาสิ่งของบางอย่างจากคนที่นอนเจ็บอยู่ก่อนจะเตะคนเจ็บซ้ำแล้วหลบหนีไป

แต่คำบอกเล่าของนายชนินทร์ ขัดแย้งกับคำให้การของประจักษ์พยาน 2-3 ปาก ที่ตำรวจสอบสวนไว้ ซึ่งยืนยันว่าเห็นรถเก๋งสีดำของนายชนินทร์ ขับย้อนศรไล่ตามรถจักรยานยนต์มา และหลังจากเกิดเหตุคนในรถยังได้ลงไปทำร้ายคนเจ็บที่นอนอยู่

สอดคล้องกับภาพจากกล้องวงจรปิด ที่ตำรวจได้มา ที่พบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายชนินทร์ และภาพที่บันทึกได้ก็ไม่มีกลุ่มรถจักรยานยนต์ขี่ไล่ตามกันมา และไม่มีใครลงไปดึงเอาสิ่งของจากคนเจ็บตามที่นายชนินทร์อ้าง 

หลังจากสอบเค้นอยู่นานหลายชั่วโมง ประกอบกับตำรวจได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดให้ดู นายชนินทร์ก็จำนนต่อหลักฐานยอมรับว่าได้ก่อเหตุจริง และไปขอหมายจับต่อศาลจังหวัดมีนบุรี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา อย่างไรก็ตามตำรวจก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าคนที่ก่อเหตุจะมีเพียงนายชนินทร์ เพียงคนเดียว ได้จัดชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามคนที่ร่วมก่อเหตุเพิ่ม ทราบว่าขณะนี้มีบางคนหลบหนีออกนอกพื้นที่ไปแล้ว

ด้านญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน เป็นญาติกัน ก่อนเกิดเหตุไม่ทราบว่าทั้งคู่ขี่รถออกไปที่จุดเกิดเหตุได้ยังไง แต่ยืนยันว่าทั้ง 2 คน ไม่เคยทำเรื่องผิดกฎหมาย หากจะเกิดความขัดแย้งกับผู้อื่นก็น่าจะมีเรื่องเดียวคือ เรื่องชู้สาว สำหรับคนขับรถเก๋งคู่กรณี หากข้อเท็จจริงเป็นอย่างที่ปรากฏเป็นข่าว ก็ถือว่าเป็นการกระทำที่แย่มาก ทำร้ายแม้กระทั่งคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด