รายงานพิเศษ : ระวัง! แท็กซี่มหาภัย ลักทรัพย์ครูสาวลูกครึ่ง

วันที่ 7 ม.ค. 2559 เวลา 08:19 น.

Views

มาดูภัยที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการรถแท็กซี่ โดยเฉพาะสุภาพสตรี เมื่อหญิงลูกครึ่งไทย-อเมริกันวัย 30 ปี ฉลองคืนข้ามปีแล้วโบกรถแท็กซี่กลับบ้านพัก แต่ระหว่างทางเผลอหลับไป จึงถูกคนขับพาเข้าโรงแรมม่านรูดเพื่อปลดทรัพย์ ขณะที่ผู้เสียหายคาใจว่าเธออาจถูกคนร้าย ซึ่งติดเชื้อเอชไอวี ล่วงละเมิดทางเพศด้วย 

ตำรวจ สน.บุปผาราม คุมตัวนายวิษณุ แสวงสุข คนขับรถแท็กซี่ และ นางสาวขวัญตา วัฒนานนท์กิจ ภรรยาที่อยู่กินกันมากว่า 2 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากทั้งคู่ตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม โดยมีของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือมูลค่าเกือบ 16,000 บาท 

คดีนี้ผู้เสียหาย เป็นหญิงลูกครึ่งไทย-อเมริกัน อายุ 30 ปี อาชีพครูสอนภาษาต่างประเทศ เธอเล่าว่าคืนเกิดเหตุได้ไปฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บริเวณตรอกข้าวสาร แล้วโบกเรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่งที่บ้านพักย่านอรุณอัมรินทร์ แต่ด้วยมึนเมาจึงผลอยหลับไป นี่จึงเป็นโอกาสให้ โจรในคราบแท็กซี่ฉวยรื้อค้นทรัพย์สินหยิบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง พร้อมเงินสดอีก 600 บาท

คดีนี้ไม่จบแค่ลักทรัพย์ เนื่องจากผู้เสียหายคาใจว่า เธออาจถูกคนร้าย ล่วงละเมิดทางเพศ เพราะเมื่อรู้สึกตัวก็พบว่าตัวเอง อยู่ภายในโรงแรมม่านรูดย่านวงเวียนใหญ่ ตำรวจจึงขยายผลตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรม พบภาพขณะที่รถแท็กซี่คันสีชมพู ที่ผู้ต้องหาใช้เป็นพาหนะ ขับพาหญิง 2 คนเข้าไปเปิดห้องพักแบบชั่วคราว ช่วงเวลา 03.35 น.โดยที่หญิงอีกคน ซึ่งนั่งมาที่เบาะหน้าข้างคนขับ คือ นางสาวขวัญตา วัฒนานนท์กิจ ภรรยาของนายวิษณุ ที่สวมรอยทำทีเป็นเพื่อนของผู้เสียหาย 

พนักงานโรงแรมม่านรูดยืนยันว่า นางสาวขวัญตา เป็นผู้ทำหน้าที่จ่ายค่าห้องพัก ขณะที่คนขับรถแท็กซี่ ช่วยอุ้มหญิงอีกคนไปนอนบนเตียง แล้วขับรถกลับออกไปในช่วงเวลา 03.39 น.ตำรวจขยายผลตรวจสอบภาพวงจรปิดจากกล้องอีกมุม พบว่าแท็กซี่คันนี้เลี้ยวไปจอดอยู่ริมถนนใกล้กับโรงแรม โดยคนขับเอี้ยวตัวมาปิดประตูหลังฝั่งซ้ายที่ไม่สนิท ไม่นานก็ลงจากรถเดินย้อนไปที่หน้าโรงแรมดังกล่าว ก่อนที่อีก 1 ชั่วโมงให้หลัง ชายคนดังกล่าวจะเดินกลับมาพร้อมกับเบียร์ 1 ขวด แล้วเข้าไปในห้องพักที่ผู้เสียหายค้างแรมอยู่

เคราะห์ดีผู้เสียหายรายนี้รู้สึกตัวขึ้นพอดี จึงทำให้สามีภรรยาที่คิดร้ายวิ่งหลบหนีไป นายวิษณุ ยืนยันปฏิเสธล่วงละเมิดทางเพศผู้เสียหาย เพราะรู้ดีว่าตัวเองมีเชื้อเอชไอวี เช่นเดียวกับผู้เป็นภรรยา แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากคำให้การขัดแย้งกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนงำเวลาส่งรถเข้าอู่

ตำรวจสืบประวัติผู้ต้องหาทั้งคู่ พบว่าเคยต้องคดีฐานเสพยาบ้าและเสพกัญชา นอกจากนี้ในโทรศัพท์มือถือของคนร้ายยังมีคลิปบันทึกภาพอนาจารอีกจำนวนหนึ่ง จึงส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และคาดว่าจะทราบผลภายใน 60 วัน 

ทั้งนี้เชื่อว่าคนขับรถแท็กซี่รายนี้ น่าจะเคยก่อเหตุกับผู้โดยสารสุภาพสตรีมาแล้วหลายราย เนื่องจากพบโทรศัพท์มือถือ ที่คนร้ายส่งขายให้กับพรรคพวกแล้วนับ 10 เครื่อง  

สำหรับผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อ หรือ สงสัยว่าอาจถูกคนขับรถแท็กซี่ล่อลวงไปก่อเหตุในลักษณะนี้ สามารถเข้าชี้ตัวเพิ่มเติมได้ที่ สน.บุปผาราม  

สุวรรณี กรรณสูต สนามข่าว 7 สีรายงาน

Tag : แท็กซี่ลักทรัพย์ แท็กซี่ลักทรัพย์ครูสาวลูกครึ่ง ภัยแท็กซี่