จ่อแจ้งข้อหาเปรมชัยเพิ่ม 3 ข้อหา กรมอุทยานฯ ยันเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมไม่มีความผิด

วันที่ 8 มี.ค. 2561 เวลา 07:01 น.

Views

แนวโน้ม เสี่ยเปรมชัย CEO อิตาเลียนไทย จะถูกแจ้งดำเนินคดีไม่ต่ำกว่า 10 ข้อหา หลังเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานทุกด้าน ประกอบกับผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ขณะที่ กรมอุทยานฯ ยืนยันเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเสี่ยเปรมชัยและพวกไม่มีความผิด ต้นสังกัดจะดูแลอย่างดี

พลตำรวจตรีปัญญา ปิ่นสุข ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. ขอเวลารวบรวมหลักฐานและการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีก 2 วัน ก่อนจะออกหมายเรียก นางคณิตตา กรรณสูต ภรรยาของนายเปรมชัย มารับทราบข้อกล่าวหา มีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งก็คืองาช้างแอฟริกาไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เนื่องจากได้ยื่นขอจดแจ้งว่าเป็นงาช้างไทย ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่ขออนุญาตไว้กับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ขณะที่ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งให้ตำรวจที่ดูแลคดี นายเปรมชัย แจ้งข้อกล่าวหาแก่ นายเปรมชัย เพิ่มอีก 2 ข้อหา คือ ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากงาช้างแอฟริกาที่พบ แม้จะจดแจ้งชื่อภรรยานายเปรมชัยเป็นผู้ครอบครอง แต่งาช้างตั้งอยู่ในบ้านของนายเปรมชัย นั่นย่อมหมายถึงว่า นายเปรมชัย รู้เห็นถึงการมีอยู่ของงาช้างดังกล่าว ซึ่งการแจ้งข้อหานี้จะรวมถึงการดำเนินคดีกับ นางวันดี สมภูมิ อายุ 68 ปี ที่เป็นผู้เซ็นชื่อรับรองงาช้างด้วย ส่วนอีกข้อหา คือความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน หลังจากตรวจอาวุธปืนที่ยึดมาจากบ้านพักของ นายเปรมชัย จำนวน 43 กระบอกนั้น มีอยู่ 2 กระบอก ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยจะให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 14 มีนาคมนี้

นั่นเท่ากับว่า นายเปรมชัย จะถูกแจ้งความดำเนินคดีจากเดิม 9 ข้อหา เป็น 11 ข้อหา และข้อหาที่ 12 ที่จะตามมา หลังจากการเข้าสอบปากคำเพิ่มเติม นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนายเปรมชัยและพวก ของ พันตำรวจเอกวัชรินทร์ พูสิทธิ์ รองผู้บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ที่เดินทางเข้าไปสอบปากคำถึงที่ทำการจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีการนำบุคคลมายืนจุดต่าง ๆ จำลองเหตุการณ์คืนจับกุม 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ถึงความพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่ของกลุ่มนายเปรมชัย หลังจากถูกคุมตัวจากแคมป์มายังที่ทำการฯ ซึ่งชุดจับกุมทั้ง 5 คน ยืนยันตรงกันว่า ประโยคที่หลุดออกมาจากปากของผู้ต้องหาในช่วงเวลา 02.30 น. ในห้องทำการ มีแสดงไฟสว่าง เห็นหน้าผู้พูดและได้ยินการเจรจาต่อรองขอปล่อยตัวอย่างชัดเจน

หลังสอบปากคำเสร็จสิ้น พันตำรวจเอกวัชรินทร์ ได้ขอโทรศัพท์มือถือของ นายปิยะพงษ์ สืบเสน ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ไปทำการกู้ไฟล์เสียงดังกล่าวมาตรวจสอบ เนื่องจาก นายปิยะพงษ์ ได้ลบคลิปเสียงดังกล่าวไปแล้ว เพราะคิดว่าไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะเอาผิดกับนายเปรมชัยได้ ทั้งนี้ พันตำรวจเอกวัชรินทร์ ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดคำเจรจาต่อรอง เนื่องจากอยู่ในสำนวนการสอบสวน และเตรียมรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนจะพิจารณาออกหมายเรียก นายเปรมชัย มารับทราบข้อกล่าวหาติดสินบนเจ้าหน้าที่ เพิ่มอีก 1 ข้อหา และข้อหานี้จะเป็นส่วนสนับสนุนสำนวนคดีที่นายเปรมชัยและพวก เข้าไปล่าสัตว์ป่า

ในวันนี้ พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี จะนำสำนวนการสอบสวนไปมอบให้ชุดสอบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รวมทั้งเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ก็จะส่งมอบผลพิสูจน์ซากสัตว์อย่างเป็นทางการ ให้ชุดสอบสวนเช่นกัน  ส่วน นายวิเชียร ก็จะไปให้ปากคำเพิ่มเติม ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 โดย พลตำรวจเอกศรีวราห์ จะเดินทางไปร่วมสอบปากคำด้วยตนเอง และจะเร่งสำนวนส่งอัยการไม่เกินวันที่ 15 มีนาคมนี้

ขณะที่ นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แสดงความเชื่อมั่นต่อชุดสืบสวนและพยานหลักฐานของคดี โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่มีความเชื่อมโยงกัน สามารถเอาผิดกับผู้ร่วมกันกระทำความผิดใน 9 ข้อหาแรก ที่แจ้งความไว้ได้อย่างแน่นอน

พร้อมกันนี้ นายปิ่นสักก์ ยังได้กล่าวถึง นางสาวกาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และ นายวิเชียร ชิณวงษ์ ว่าไม่มีความผิด ไม่ได้ละเลยต่อการปฎิบัติหน้าที่ และไม่มีการรับสินบนใด ๆ โดยกรมอุทยานฯ ยืนยันจะดูแลข้าราชการทุกคนที่ร่วมกันดำเนินคดีนี้อย่างดี ไม่ให้ใครมากลั่นแกล้งได้

Tag : สนามข่าว 7 สี เสี่ยเปรมชัย คดีนายเปรมชัย เปรมชัย ล่าสัตว์ เปรมชัย กรรณสูต ล่าสัตว์ เปรมชัย กรรณสูต CEO อิตาเลียนไทย งาช้างแอฟริกา งาช้าง เปรมชัย