พม.ไล่ออก ผอ.ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง-หัวหน้าฝ่ายสวัสดิการฯ จ.ขอนแก่น เซ่นการทุจริต

วันที่ 3 พ.ค. 2561 เวลา 07:07 น.

Views

คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง สรุปผลเชือดขบวนการโกงเงินผู้ยากไร้ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งแล้ว จังหวัดขอนแก่น โดนเป็นจังหวัดแรก ให้ไล่ออก 2 ผู้บริหาร  

ไล่ออก ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น
นางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง กรณีการทุจริตเงินงบประมาณของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. สรุปผลการสอบสวนแห่งแรกมาแล้ว ให้ไล่ออกผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดขอนแก่น และหัวหน้าฝ่ายสวัสดิการของศูนย์ฯ เนื่องจากร่วมปลอมแปลงลายเซ็น และเอกสารผู้รับเงินสงเคราะห์ รวมทั้งจ่ายเงินสงเคราะห์ไม่ครบตามจำนวนที่ถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลสรุปนี้ สู่การพิจารณาของที่ประชุมในวันศุกร์นี้ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบเอาผิดทางละเมิดต่อไป

ส่วนรายชื่อที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ส่งให้ พม. มาแล้ว 2 ชุด ในการตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงจำนวน 35 แห่ง มีผู้ถูกกล่าวหา 156 คน โดยในจำนวนผู้ถูกกล่าวหามีบุคคลที่อยู่ระหว่างการดำเนินการทางวินัย จำนวน 20 คน ส่วนอีก 136 คน จะดำเนินการสอบสวนต่อไป

สำหรับแนวทางป้องกันการทุจริตนั้น ขณะนี้มีหลายโครงการที่ปรับการทำงาน โดยให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง หลังจากได้รับรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินช่วยเหลือ เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติและพิจารณาความช่วยเหลือตามความจำเป็นและเหมาะสม จึงจะมีการส่งเงินให้ผ่านทางบัญชีเงินฝาก โดยเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวทางที่ ป.ป.ท. เสนอมา

ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดสมุทรปราการ ไปที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล ยื่นหนังสือพร้อมหลักฐานแฉขบวนการทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งให้กับ นายกรัฐมนตรี โดยระบุ ปลัดกระทรวงฯ ที่ถูกโยกย้ายและตั้งคณะกรรมการสอบสวน มีพฤติการณ์ลักษณะเป็นแก๊งมิจฉาชีพ บางพื้นที่ได้รับการโอนเงินไปมากผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับประชากร และบางพื้นที่มีการโอนเงินไปให้กลุ่มเครือญาติของผู้อำนวยการศูนย์ฯ นอกจากนี้ หลังการโอนเงินและมีการเบิกจ่ายเงินแล้ว ข้าราชการรายนั้นจะลาออกทันที พร้อมกันนี้ ยังได้ขอให้ ป.ป.ท. ตรวจสอบตั้งแต่ต้นทาง เพราะการกระทำลักษณะนี้ เป็นอาชญากรที่มีการยักยอกเงินแผ่นดิน

พบ 10 ข้าราชการโกงเงิน กองทุนเสมาฯ
นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต เปิดเผยว่า วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคมนี้ จะส่งสำนวนเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาลงโทษทางวินัยข้าราชการประมาณ 10 คน  ทั้งนี้ การตรวจสอบการโอนเงินตั้งแต่ปี 2548-2561 มีการโอนเงิน 34 ครั้ง เป็นเงินงบประมาณมากกว่า 240 ล้านบาท มีการโอนที่ไม่ถูกต้องเกิดความเสียหาย 77 ล้านบาทเศษ ที่กองทุนฯ ต้องนำเงินฝากเข้าไปเยียวยาให้กับผู้เสียโอกาส

ส่วนบางประเด็นที่คณะกรรมการติดใจและรอคำตอบจากธนาคารกรุงไทย คือ บัญชีที่เป็นผู้รับและผู้โอนจากพันกว่าบัญชี ไม่ทราบชื่อเจ้าของ จำนวน 68 บัญชี เนื่องจากตั้งแต่ปี 2548-2559 การโอนเงินระบบจีโร จะพิมพ์เฉพาะเลขที่บัญชีอย่างเดียว โดยขอให้ธนาคารกรุงไทยเร่งหาข้อมูลแล้วนำส่งให้กับ ป.ป.ท.

ป.ป.ช.เร่งสางเงินวัด
ในส่วนของ ป.ป.ช. นั้น พลเอกบุณยวัจน์ เครือหงษ์ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษามาตรการป้องกันการทุจริต ในการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทน เพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา หรือ แป๊ะเจี๊ยะ เปิดเผยการสุ่มตรวจสอบการรับนักเรียนปีการศึกษา 2561 ยังไม่พบความผิดปกติ และไม่มีใครแจ้งเบาะแสในเรื่องนี้

ส่วนกรณี เงินทอนวัดที่ ปปป. ส่งสำนวนมานั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการประมวลข้อมูล อีกไม่นานน่าจะเข้าสู่การประชุมของ ป.ป.ช. ได้ โดยยืนยันว่าการพิจารณาของ ป.ป.ช. เป็นไปอย่างรอบคอบ ไร้แรงกดดัน แม้เรื่องนี้จะมีพระชั้นผู้ใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

กังขาภรรยา ผอ.พศ.,ร่วมคณะไปอินเดีย
อีกเรื่องหนึ่งที่กำลังมีการวิพากษ์วิจารณ์กัน คือ การร่วมเดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถาน 4 ตำบล ในประเทศอินเดียและเนปาล ของ ภรรยาพันตำรวจโทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม-5 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งตัวแทนองค์กรส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา หรือ อสคพ. และเครือข่ายชาวพุทธ ได้ยื่นหนังสือพร้อมเอกสารการเดินทางให้ พศ. ตรวจสอบ ว่าภรรยาของ ผอ.พศ. ไปในฐานะอะไร เนื่องจากมีภาพการนั่งเป็นประธาน และหากใช้งบประมาณการเดินทางของ พศ. ก็จะเข้าข่ายการประพฤติผิดจรรยาบรรณวินัยข้าราชการพลเรือน เอื้อประโยชน์ให้กับคนในครอบครัว และเตรียมไปยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบด้วย

ทั้งนี้ นายประทีป พูนลาภ ผู้อำนวยการกลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนา เป็นตัวแทนมารับหนังสือร้องเรียนดังกล่าว และรับว่าจะให้กองเผยแพร่พระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนมัสการสังเวชนียสถาน อินเดีย-เนปาล ตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนเสนอให้ ผู้อำนวยการ พศ. ทราบและจะชี้แจงต่อผู้ร้องภายใน 2 สัปดาห์

มีรายงานว่า วันนี้ เวลา 15.00 น. ทางสำนักพระพุทธศาสนาจะมีการแถลงข่าวเรื่องนี้ให้กับสื่อมวลชนได้รับทราบ

Tag : สนามข่าว 7 สี ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง โกงเงิน โกงเงินคนไร้ที่พึ่ง ทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง ทุจริตกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต รับเงินแป๊ะเจี๊ยะ แป๊ะเจี๊ยะ ทุจริตเงินทอนวัด