ปธ.เครือข่ายวิชาชีพครูฯ ยืนยันต้องการพักชำระหนี้ พร้อมให้ธนาคารลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง

วันที่ 18 ก.ค. 2561 เวลา 06:58 น.

Views

ประธานเครือข่ายวิชาชีพครูฯ ชี้แจงกรณีคลิปพักชำระหนี้ครู เพียงต้องการพักชำระหนี้ 6 เดือน และให้ธนาคารลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง เนื่องจากธนาคารไม่ทำตามสัญญา ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้เหมือนธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ขณะที่ ธนาคารออมสิน ยืนยันคิดดอกเบี้ยครูต่ำกว่าผู้กู้รายอื่น ๆ

ภายหลังจากที่โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอที่มีการประกาศปฏิญญามหาสารคาม ขอให้รัฐบาลและธนาคารออมสินพักหนี้โครงการสวัสดิการเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ทุกโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป และลูกหนี้ ช.พ.ค. จำนวน 450,000 คน จะยุติการชำระหนี้กับธนาคารออมสิน ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม นี้ เป็นต้นไป ซึ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างถึงความไม่เหมาะสมถึงพฤติกรรมของแม่พิมพ์ของชาติ

นายอวยชัย วะทา ประธานเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คลิปที่เผยแพร่ออกไปเป็นการประชุมผู้นำเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูแห่งประเทศไทย ขณะนี้ครูซึ่งเป็นลูกหนี้ธนาคารเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเท่ากับธนาคารพาณิชย์ และยังปรับสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ละเดือนผู้กู้ถูกหักเงินเป็นค่าดอกเบี้ยแทบทั้งหมด และธนาคารยังหักค่าดอกเบี้ยให้ครบก่อนแล้วจึงหักเงินต้น ทำให้ผู้กู้เสียค่าดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 เท่าของเงินต้น ในระยะเวลา 30 ปี อย่างเช่นตนที่กู้เงินมา 1.2 ล้านบาท หักเงินเดือนละกว่า 7,000 บาท ส่งเงินมาแล้ว 7 ปี แต่เงินต้นลดลงเพียง 1 แสนบาท นอกจากนี้ยังบังคับให้ทำประกันชีวิตอ้างว่าเพื่อประกันความเสี่ยง แต่ผู้ได้รับประโยชน์จริงๆ คือบริษัทประกัน

ขณะที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีโครงการระดมทุน หรือโครงการในการหาทางปลดเปลื้องหนี้สิน หรือเพิ่มพูนรายได้อย่างเป็นระบบ นอกจากโครงการขายบ้าน ขายรถ ขายประกัน และโครงการส่งเสริมการเป็นหนี้อื่นๆ ยิ่งสร้างภาระหนี้สินทับซ้อนขึ้นอีก เครือข่ายครูจึงขอเรียกร้องให้ดำเนินการพักหนี้ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเร่งด่วน และให้รัฐบาลประกาศพักหนี้ครูเป็นเวลา 6 เดือน หลังจากนั้นให้ลดดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 1 เหมือนเกษตรกร เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู

ขณะที่ นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้รับทราบปัญหาหนี้สินครู และไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกับกระทรวงการคลัง แก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยมีโครงการแก้ปัญหาหนี้สินครูมาเป็นระยะ ตั้งแต่โครงการลดภาระหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา การปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงการที่ สกสค.ไม่รับเงินสนับสนุนพิเศษจากธนาคารออมสิน แต่ให้นำไปปรับลดดอกเบี้ยให้แก่ผู้กู้ที่มีวินัยทางการเงินที่ดี เป็นต้น ส่วนสาเหตุที่ผู้กู้ส่วนหนึ่งประกาศจะไม่ชำระหนี้เงินกู้ น่าจะเป็นการบอกต่อๆ กันมาว่า หากไม่ชำระหนี้จะมีเงินสนับสนุนมาช่วยเหลือ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และยืนยันว่ามีจำนวนน้อยที่คิดเช่นนี้จากผู้กู้ที่มีทั้งหมดกว่า 400,000 คน

ขณะที่ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม เตือนกลุ่มวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า บุคคลธรรมดาที่มีหนี้สินเกิน 1 ล้านบาท หากไม่ชำระหนี้คืนให้กับเจ้าหนี้ ก็ต้องพร้อมรับกับการเป็นบุคคลล้มละลาย ซึ่งผลที่ตามมาคือจะขาดคุณสมบัติในการเป็นข้าราชการตามมาตรา 30 ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ซึ่งผู้มีอำนาจสามารถสั่งให้บุคคลผู้นั้นออกจากราชการ ไม่สามารถทำนิติกรรมสัญญาใดๆ ได้ และไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้

ด้าน นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลต่อกรณีที่มีครูจำนวนหนึ่งออกมาระบุว่า จะหยุดพักการชำระหนี้กับธนาคารออมสิน เพราะครูกลุ่มดังกล่าวนั้นไม่รักษาวินัยการชำระหนี้ ซึ่งตนคิดว่าพฤติกรรมเหล่านี้สังคมจะเป็นผู้ตัดสินการกระทำเอง และคนกลุ่มนี้ที่มีเพียง 1% เท่านั้น พร้อมยืนยันอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารฯ คิดจากผู้กู้อยู่ในระดับที่ต่ำมาก โดยอยู่ที่ 6-6.5% ขณะที่หนี้ที่ไม่มีหลักประกัน คิดอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 28% ส่วนกรณีที่ครูระบุว่า ผ่อนมานานแต่เงินต้นไม่ลดลงก็เนื่องมาจากครูเลือกแนวทางผ่อนต้นต่ำๆ ในระยะยาวถึง 30 ปี ถือว่าทางธนาคารฯ ได้เข้าไปช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มนี้อย่างเต็มที่แล้ว

Tag : สนามข่าว 7 สี หนี้ครู ธนาคารออมสิน เงิน ชพค ปัญหาหนี้สินครู พักชำระหนี้ครู พักชำระหนี้