จับประเด็นเป็นข่าว : เจาะตลาดทุเรียนโลก เสริมแกร่งทุเรียนไทย

วันที่ 30 ก.ย. 2561 เวลา 19:33 น.

Views

ทุเรียน คือหนึ่งในผลไม้ที่ตลาดโลกให้ความสนใจ มียอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นทุกปี แน่นอนว่าตลาดโลกมีความต้องการสูง คู่แข่งในตลาดก็ย่อมมีมากขึ้นไปด้วย จับประเด็นเป็นข่าวจะพาไปเจาะลึก คู่แข่งตลาดทุเรียนโลกของไทย ติดตามกับ คุณศรีสุภางค์ ธรรมาวุธ

ปีนี้ นับเป็นปีทองของเกษตรกรสวนทุเรียนไทย เพราะหลายคนต่างกอบโกยรายได้แบบเป็นกอบเป็นกำ จากตลาดทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ ที่มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น จนทำให้ทุเรียนหมอนทอง ราคาเฉลี่ยพุ่งแตะเกือบกิโลกรัมละ 170 บาท และจากสถิติปีที่แล้ว (2560) พบว่าไทยยังคงครองแชมป์ ประเทศผู้ผลิตและส่งออกทุเรียนรายใหญ่ของโลก ด้วยปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมากถึงปีละ 6 แสนตัน

สำหรับประเทศที่มียอดสั่งซื้อทุเรียนไทยครั้งละมาก ๆ ต้องยกให้ประเทศจีน ตลาดคู่ค้ารายใหญ่ของไทย นำพามาสู่การลดภาษีนำเข้าเหลือ 0% และปีนี้ผู้ค้ายักษ์ใหญ่ในตลาดออนไลน์ อย่างอาลีบาบา ก็ได้ลงนามทำสัญญาสั่งซื้อทุเรียนกับไทยแบบต่อเนื่องอีก 3 ปี สร้างปรากฏการณ์ขายทุเรียนไทยได้ 80,000 ลูก ภายใน 1 นาทีเท่านั้น ที่สำคัญราคาขายทุเรียนสู่ตลาดจีนก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นขั้นลำดับทุกปีด้วย

ความนิยมทุเรียนจากไทยยิ่งมีมาก ในตลาดก็ย่อมมีคู่แข่ง ซึ่งขณะนี้ มาเลเซีย กำลังเร่งเครื่องโชว์จุดเด่นของทุเรียน หวังดึงความสนใจ เพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากไทย

น่าจับตามองมากยิ่งขึ้น หลังมาเลเซียประกาศตัวเป็น ราชาแห่งผลไม้ หรือ King of fruit ซึ่งนักวิเคราะห์หลายรายต่างคาดการณ์ว่าในไม่ช้า รัฐบาลมาเลเซียจะเปลี่ยนยุทธศาสตร์ จากประเทศผู้ผลิตปาล์ม สู่การเป็นประเทศผู้ผลิตผลไม้แทน และทุเรียน ก็จะกลายเป็นเครื่องชูโรง เพราะการขายทุเรียนสามารถสร้างรายได้มากกว่าปาล์ม มากถึง 9 เท่าตัว

เราลองมาเทียบสัดส่วนระหว่างไทยกับมาเลเซียดูบ้าง ปัจจุบันไทยผลิตทุเรียนได้กว่า 7.2 แสนตันต่อปี และยังส่งออกทุเรียนได้มากที่สุดในโลก ขณะที่มาเลเซีย มีผลผลิตแต่ละปี กว่า 3.6 แสนตัน มีตลาดหลักคือสิงคโปร์

ดูจากสถิติตัวเลข ไทยยังพอมีเวลาหายใจอยู่บ้าง แต่ก็ละสายตาไปไม่ได้ เพราะอย่าลืมว่า มาเลเซียเองก็มีพันธุ์ทุเรียนหลากหลายกว่า 200 สายพันธุ์ ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียกำลังให้ความสำคัญด้านการค้นคว้า วิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ เพราะเชื่อว่าจะสามารถสร้างความได้เปรียบให้กับทุเรียนมาเลเซียได้ดีกว่านี้

ไม่ใช่เพียงเฉพาะแค่มาเลเซียเท่านั้น เวียดนาม ก็กำลังเร่งขยายปริมาณการผลิต เพื่อส่งทุเรียนไปตลาดจีนด้วยเช่นกัน ซึ่งเวียดนามจะได้เปรียบไทยด้านการขนส่ง เพราะใช้เวลาส่งทุเรียนไปจีนเพียง 18 ชั่วโมง หากเทียบกับไทยที่ใช้เวลาส่งทุเรียนไปจีน 2-3 วัน

เห็นแบบนี้แล้ว ชาวสวนทุเรียนไทยนิ่งนอนใจไปไม่ได้อีกแล้ว ถึงเวลาต้องเร่งเครื่องหนี เพื่อครองส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดทุเรียนโลกให้ยาวนาน สำคัญที่สุดนอกจากคุณภาพของทุเรียน เกษตรกรต้องเพิ่มความหลากหลายให้กับผลผลิต และศึกษาข้อมูลเชิงลึกให้มากขึ้น เพื่อวางแผนรับมือกับคู่แข่งที่หวังจะโค่นแชมป์ผู้ส่งออกทุเรียนสูงสุดในโลกอย่างไทย

Tag : จับประเด็นเป็นข่าว ทุเรียน ตลาดทุเรียนโลก ทุเรียนไทย ทุเรียนมาเลเซีย การแข่งขันทางการค้า