ตำรวจจับคนขับรถแท็กซี่ชิงทรัพย์วิศวกร ก่อนพาไปปล่อยทิ้งข้างทาง แล้วถูกกลุ่มวัยรุ่นปล้นซ้ำ

วันที่ 22 ต.ค. 2561 เวลา 15:45 น.

Views

กล้องวงจรปิดหน้าห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านถนนศรีนครินทร์ บันทึกภาพรถแท็กซี่สีชมพูคันหนึ่งขับมาจอดริมถนน จากนั้นมีชายสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาว ลักษณะมึนเมาเดินเซลงมาจากที่นั่งคู่หน้าข้างคนขับ ทันทีที่ปิดประตู รถแท็กซี่คันดังกล่าวก็ขับออกไปอย่างรวดเร็ว

กล้องอีกมุมบริเวณหน้าร้านถ่ายภาพติดกับห้างสรรพสินค้า จับภาพชายคนดังกล่าว เดินเซไปมาก่อนจะล้มลงคอพับนั่งกับพื้น จากนั้นกล้องตัวเดิม จับภาพชายวัยรุ่น 3 คนเข้ามารุมทำร้าย หนึ่งในนั้นนั่งคร่อมตัว ก่อนช่วยกันรุมชกต่อยและใช้เท้ากระทืบชายคนดังกล่าว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา

หลังเกิดเหตุชายผู้เสียหายคือ นายนรพร พรหมบุตร วิศวกรยานยนต์ บริษัทรถยนต์ชื่อดังวัย 39 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจ ให้การว่าก่อนเกิดเหตุไปดื่มสุราที่ร้านย่านเอกมัยซอย 10 จนมึนเมา ก่อนเรียกรถแท็กซี่กลับบ้านย่านบางนา แต่หลับไประหว่างทาง รู้สึกตัวอีกทีขณะถูกทำร้ายบนรถแท็กซี่ จากนั้นคนขับจอดให้ลงข้างทาง เมื่อได้สติอีกครั้งก็พบว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส และยังมีทรัพย์สินสูญหายไปหลายรายการ

ต่อมา ตำรวจ สน.ประเวศ สามารถจับตัววัยรุ่น 3 คน ที่ปรากฏภาพในกล้องวงจรปิดขณะรุมทำร้ายนายนรพรไว้ได้ หนึ่งในนั้นคือ นายพีรวิชญ์ ปุตตะจินารักษ์ หรือ นายตง ซึ่งเป็นพยานในคดีนายธนิต ทัฬหสุนทร หรือ น้องเต้ ที่ถูกคนร้ายแทงจนเสียชีวิต ซึ่งคดีนี้ยังเป็นเหตุให้พ่อของน้องเต้ตัดสินใจกระโดดลงมาจากชั้น 8 ตึกศาลอาญา จนเสียชีวิต เพราะผิดหวังและเครียด หลังได้ฟังคำพิพากษาของศาลที่ยกฟ้องจำเลย โดยพ่อนายตงได้นำหลักฐานยื่นต่อศาล ระบุว่า ลูกชายเป็นผู้ป่วยมีอาการทางประสาท จึงไม่สามารถให้การในชั้นศาลได้ แต่จากการตรวจสอบประวัตินายตงพบว่า เคยก่อคดีชิงทรัพย์นักศึกษาพื้นที่ สน.ปทุมวัน มาแล้วถึง 7 ครั้ง

ล่าสุดวันนี้ ตำรวจสามารถตามจับโชเฟอร์แท็กซี่คันสีชมพูได้แล้วคือ นายพิชัย ชูชน หรือ นายเตี้ย พร้อมคุมตัวไปจำลองเหตุการณ์ขณะก่อเหตุ เจ้าตัวอ้างว่า ขณะรับผู้โดยสารขึ้นรถในสภาพเมาสุรา ผู้โดยสารได้หลับไประหว่างทาง ก่อนสร้อยคอทองคำจะร่วงหล่นลงมาที่เบาะนั่ง เขาจึงหยิบใส่กระเป๋าตัวเอง ด้วยความอยากได้ ก่อนเอาไปจำนำและนำเงินที่ได้ไปเล่นการพนัน นายพิชัยยังอ้างอีกว่า หากใครตกอยู่ในสถานการณ์เหมือนตัวเอง ก็คงเลือกก่อเหตุเหมือนกัน

ตำรวจตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรม ตระเวนขับรถตามแหล่งสถานบันเทิง และจะเลือกเหยื่อที่อยู่ในอาการมึนเมา เพื่อให้ง่ายต่อการก่อเหตุ โดยพบประวัติก่อเหตุแบบนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง หนึ่งในผู้เสียหายที่เคยถูกก่อเหตุเป็นถึงตำรวจ หากใครสงสัยว่าเคยตกเป็นเหยื่อ สามารถเข้ามาขอดูตัวและแจ้งความได้ที่ สน.ประเวศ เพื่อเพิ่มโทษต่อไป