พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒

รับตัวผู้ต้องหาวางระเบิดหนีคดีไปกัมพูชานาน

วันที่ 15 ธ.ค. 2561 เวลา 05:10 น.

Views

นายกฤษดา ไชยแค อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ในฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, กระทำให้เกิดการระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น, มีและใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้มีและให้ใช้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย ถูกเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา หน่วยบัญชาการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือนแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ควบคุมตัวมายังชายแดนจังหวัดสระแก้ว เพื่อส่งมอบให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยร่วมกับพวกที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ก่อเหตุความไม่สงบในห้วงระหว่างปี 2557 ทำมาทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรกก่อเหตุปาระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, ครั้งที่ 2 ปาระเบิดที่หน้าโรงพยาบาลราชวิถี และครั้งที่ 3 ก่อเหตุที่บริเวณบรรทัดทอง ปาระเบิดใส่ขบวนของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. (คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข)

พร้อมกันนี้ผู้ต้องหา ยังบอกอีกว่า รู้สึกสำนึกผิด และฝากขอโทษคนไทยทุกคน ที่ได้รับบาดเจ็บจากการกระทำของตัวเองครั้งนี้ ส่วนสาเหตุที่ยอมมอบตัวเป็นเพราะทนความลำบากไม่ไหว และเกรงจะถูกไล่เก็บจากพวกเดียวกันเนื่องจากมีค่าหัว

จากแนวทางการสืบสวนพบว่าเหตุระเบิดดังกล่าวมีผู้ร่วมขบวนการ 3 คน ประกอบไปด้วย นายกฤษดา ไชยแค, นายอภิชาต หรือ อัคคี หรือ เอ๋ พวงเพ็ชร และ นายณัฐพรรณ์ หรือ แอ๊ด หลุ่มบางล้า ซึ่งก่อนเกิดเหตุ นายณัฐพรรณ์และนายกฤษดาขี่รถจักรยานยนต์มาที่บริเวณหน้าสำเพ็งสแควร์ จากนั้นทั้ง 2 คนเข้าไปเอาวัตถุระเบิดชนิด อาร์จีดี 5 จากนายอภิชาต ซึ่งทำงานเป็น รปภ. อยู่ในสำเพ็งสแควร์ ได้ระเบิด
คนละ 4 ลูก ก่อนแยกย้ายกันไป

จากนั้น นายกฤษดานำระเบิดที่ได้ไปก่อเหตุขว้างใส่ผู้ชุนนุม กปปส. ที่ถนนบรรทัดทอง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป โดยหลังเกิดเหตุ ตำรวจจับกุมนายอภิชาตและนายณัฐพรรณ์ได้ เหลือเพียงนายกฤษดาที่หลบหนีไป พบข้อมูลเพียงว่านายกฤษดามีครอบครัวอยู่ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี แล้วหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติไปประเทศกัมพูชา

Tag : สนามข่าว 7 สี