หนทางที่ต้องเลือก ของพรรคประชาธิปัตย์ : ปักหมุดจุดประเด็น

วันที่ 20 ธ.ค. 2561 เวลา 16:23 น.

Views

เดิมทีพรรคประชาธิปัตย์ค่อนข้างมีความสัมพันธ์อันดีกับ คสช. เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยได้รับการหนุนหลังจากกองทัพให้ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2551 และครั้งนั้นรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ยังส่งเทียบเชิญพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ มานั่งเป็น รมว.กลาโหม พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ยังมีพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายตรงข้าม เช่นเดียวกับ คสช.ที่แม้ไม่พูดยอมรับตรงๆ แต่คอการเมืองย่อมทราบดี

เวลาผ่านไปความสัมพันธ์ของพรรคประชาธิปัตย์กับ คสช.ในปัจจุบัน ไม่ใกล้ชิดกันเหมือนเดิม หลังจากพรรคพลังประชารัฐถือกำเนิด และประกาศหนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ หลังการเลือกตั้ง อีกทั้งยังดึงอดีตนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ไปเข้าพรรคหลายคน อีกเหตุผลหนึ่งคือ ในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ครั้งล่าสุด นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่หนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯหลังการเลือกตั้ง ได้ส่งคนของสนิทลงแข่งขัน หวังดึงพรรคประชาธิปัตย์ไปสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ด้วย

2 เรื่องนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับคสช.ดูห่างกันมากกว่าเดิม ทำให้บรรดาแฟนคลับของทั้งพรรคประชาธิปัตย์และแฟนคลับคสช.พากันอยากรู้ขึ้นมาทันทีว่า สรุปแล้วท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์หลังการเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปีหน้าจะเป็นเช่นไร พร้อมที่จะร่วมมือกับพรรคพลังประชารัฐ ตั้งรัฐบาลเพื่อสนับสนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่? หรือพร้อมยืนหยัดแนวทางประชาธิปไตย? หากเป็นแบบนั้นจะร่วมมือกับพรรคคู่แข่งอย่างพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่?

/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2018/12/20/3p36r2pbw4mjGDFfY20Y-o.jpg
















หากใครเป็นแฟนพรรคประชาธิปัตย์มายาวนาน ต้องยอมรับว่าภาพลักษณ์ของพรรคในอดีตมีภาพที่เน้นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมากกว่าในยุคนี้ โดยเฉพาะในยุคที่มีขุนพลฝีปากกล้าอย่าง ชวน หลีกภัย, วีระ มุสิกพงศ์, ไตรรงค์ สุวรรณคีรี, สุพัตรา มาศดิตถ์, บัญญัติ บรรทัดฐาน ฯลฯ เป็นขุนพลฝีปากกล้า ในการอภิปรายรัฐบาลภายใต้การนำของทหาร แต่จะด้วยเพราะความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องหรือเพราะเหตุใดก็ไม่ทราบ ประชาธิปัตย์ในยุคหลังๆ ถูกมองเป็นพรรคที่มีแนวทางอนุรักษ์นิยมพรรคหนึ่งไปแล้ว

จริงอยู่หากนับอายุการก่อตั้งพรรคและการเลือกสรรตำแหน่งหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ยังเป็นพรรคที่เก่าแก่และมีระบบการเลือกหัวหน้าพรรคที่ดูเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับพรรคอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่มักมีนายทุนใหญ่ของพรรครับตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือเป็นผู้มีทรงอิทธิพลสูงสุดของพรรคเพียงคนเดียว แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ถูกมองว่าไม่ใช่พรรคแนวทางประชาธิปไตย คือความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับกองทัพ นับตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกฯต่อจากนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เมื่อปี 2551

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการรัฐประหารทั้ง 2 ครั้งหลังสุด ผลักให้พรรคการเมืองที่มีความแนบแน่นกับนายทักษิณ ชินวัตรกลายเป็นพรรคฝั่งประชาธิปไตยไปแบบไม่ได้ตั้งใจ ในเมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านพรรคการเมืองที่มีความเกี่ยวพันกับนายทักษิณ ประชาธิปัตย์จึงถูกกล่าวหาว่าเป็นพรรคที่ไม่ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ยุติธรรมต่อพรรคประชาธิปัตย์เท่าไรนัก เพราะสิ่งที่พรรคต่อต้านจริงๆคือนโยบายประชานิยมและเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

จุดเปลี่ยนจริงๆน่าจะอยู่ที่การณรงค์รับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มากกว่า เพราะทั้งๆที่รู้ดีว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เอื้อต่อการสืบทอดอำนาจของ คสช. ถึงขนาดนาย บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญยังบอกศาลาด้วยเหตุผลว่า"เค้าอยากอยู่ยาว" แต่ประชาธิปัตย์ดูเหมือนกั๊กๆ สงวนท่าทีในช่วงรณรงค์รับร่างฯ แม้รู้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ลิดรอนอำนาจพรรคการเมืองอย่างชัดเจน อ้างเพียงว่า เป็นรัฐธรรมนูญปราบโกงและหากไม่รับ คสช.ยิ่งอยู่ในอำนาจยาวนาน
/home/www/ch7/htdocs/files/images/src/2018/12/20/2148411773_10156458047361144_6409922863154855936_o.jpg
 





















ขอบคุณภาพ : Abhisit Vejjajiva
การเลือกตั้งครั้งนี้ การเปิดตัวคนรุ่นใหม่หลายคน อาทิ ไอติม หรือนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หลานนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ปลื้ม หรือนายสุรบถ หลีกภัย ลูกชายนายชวน หลีกภัย เป็นนิมิตหมายอันดีว่า การเข้ามาของนักการเมืองสายเลือดใหม่อาจเปลี่ยนภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ให้ดูดีขึ้น แต่หากคนรุ่นเก่าส่วนหนึ่งยังมัวเน้นการโจมตีหรือข้อกล่าวหาเดิมๆอาทิ ระบอบทักษิณหรือการล้มเจ้า แทนที่จะเน้นเรื่องนโยบายที่สร้างสรร, การแก้ปัญหาเศรษฐกิจหรือการแก้รัฐธรรมนูญให้ประชาชนมีอำนาจมากขึ้น

คนที่จะลงคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์คงเป็นแฟนคลับกลุ่มเดิม เพียงแต่ครั้งนี้แฟนคลับส่วนหนึ่งจะสูญเสียให้กับพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมพลังประชาติไทยที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณสนับสนุน การเลือกตั้งครั้งนี้ หากนักการเมืองรุ่นเก่าของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ก้าวข้ามความขัดแย้ง และยังยึดแนวทางแบบเดิมๆหาเสียง คงเป็นงานหนักสำหรับพรรคประชาธิปัตย์อย่างแน่นอน หากผลเลือกตั้งได้จำนวน สส.น้อยกว่ากว่าพรรคพลังประชารัฐ อาจหมายถึงวันเวลาในตำแหน่งหัวหน้าพรรคของนายอภิสิทธิ์ อาจจบลงเร็วเกินความคาดหมาย

โดย : สมชายมีระเวียง กองบรรณาธิการข่าวออนไลน์

Tag : ปักหมุดจุดประเด็น เกาะติดเลือกตั้ง 2562