News

มารดาเด็กชายผู้อพยพวัย 8 ขวบที่เสียชีวิตยันลูกชายแข็งแรงดีตอนออกจากบ้าน

ครอบครัวที่บ้านเกิดของเด็กชาย เฟลิเป โกเมซ อลอนโซ ในกัวเตมาลายอมรับว่า เสียใจอย่างที่สุดเมื่อทราบข่าวการเสียชีวิต หวังเพียงทางการสหรัฐฯส่งร่างคืนกลับมา ทำพิธีฝังศพที่บ้านเกิดให้เร็วที่สุดและยืนยันว่า เด็กชายเฟลิเปมีสภาพร่างกายแข็งแรงดี ตอนเดินทางพร้อมกับบิดาหวังไปแสวงหาอนาคตที่ดีกว่าในสหรัฐฯ

เด็กชาย เฟลิเป โกเมซ อลอนโซ เป็นเด็กผู้อพยพจากกัวเตมาลาคนที่ 2 ในรอบหนึ่งเดือน ต่อจาก จาเกลิน คาล เด็กหญิงวัย 7 ขวบที่เสียชีวิตขณะถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยป้องกันชายแดนสหรัฐฯกักกันตัว เด็กทั้งสองคนมาจากครอบครัวยากจนในชนบทห่างไกลของกัวเตมาลาเหมือนกัน และบิดาของทั้งคู่พาลูกรอนแรมเป็นระยะทางไกลหวังลี้ภัยเพื่อหางานทำที่สหรัฐฯและส่งเงินกลับมาเลี้ยงครอบครัวในกัวเตมาลา แต่ก็เกิดเรื่องเศร้าจนได้

ครอบครัวของเด็กชาย เฟลิเป ยืนยันว่า ลูกชายของตนเองแข็งแรงดีตอนออกเดินทางไปพร้อมกับบิดา ครั้งสุดท้ายที่โทรศัพท์คุยกันคือตอนอยู่ที่ชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก ก่อนข้ามพรมแดนและถูกกักกันตัวตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม เช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา เด็กชายเฟลิเปมีอาการป่วยและอาเจียนจนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนเสียชีวิตช่วงก่อนเที่ยงคืน แพทย์วินิจเบื้องต้นเสียชีวิตเพราะป่วยเป็นไข้หวัด
การจากไปทำให้ คาตารินา โกเมซ พี่สาว, คาตารินา อลอนโซ มารดาและน้องชายเสียใจมาก เพราะตอนออกเดินทาง เด็กชายเฟลิเปมีความสุขและสัญญากับพี่สาวว่า เมื่อโตขึ้นจะหางานทำส่งเงินกลับมาให้มารดาหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ และครั้งสุดท้ายที่เด็กชายเฟลิเปโทรศัพท์ก่อนข้ามพรมแดนสหรัฐฯ เด็กชายเฟลิเปยังมีความสุขและเล่าว่าได้กินไก่เป็นอาหารเย็น จึงไม่มีใครคาดคิดว่าว่า เด็กชายเฟลิเปจะเสียชีวิตเร็วแบบนี้ ถึงตอนนี้หวังเพียงได้รับร่างกลับคืนมา เพื่อทำพิธีฝังศพที่บ้านเกิดให้เร็วที่สุดเท่านั้น

การเสียชีวิตของเด็กผู้อพยพทั้งสองคน ทำให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและหน่วยป้องกันชายแดนถูกตั้งคำถามเรื่องมาตรฐานในการดูแลเด็กๆ ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯโยนความผิดให้พรรคเดโมแครตว่า ทำให้ผู้อพยพเชื่อว่าสามารถหลบหนีเข้าเมืองมาสร้างชีวิตใหม่ที่สหรัฐฯได้