พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒

รายงานพิเศษ : หลักฐานมัดคนขับรถเก๋งไล่ชนบิกไบก์ เตรียมออกหมายจับอีก 1 คน

วันที่ 11 ม.ค. 2562 เวลา 07:03 น.

Views

ตำรวจได้หลักฐานเด็ดมัดตัวคนขับรถเก๋ง ไล่ชนรถจักรยานยนต์บิกไบก์ ซึ่งในครั้งแรกผู้ก่อเหตุให้การไปคนละเรื่อง แต่เมื่อตำรวจนำหลักฐานให้ดูก็จำนน ยอมรับสารภาพเป็นหนังคนละม้วน เตรียมแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และตามจับผู้ร่วมก่อเหตุ ลงสนามข่าวเรื่องนี้กับคุณพิธพงษ์ จตุรพิธพร

จากเหตุการณ์รถเก๋งและรถจักรยานยนต์แบบบิกไบก์เฉี่ยวชนกัน จนรถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม ร่างของผู้ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ กระเด็นไปถูกรถแท็กซี่และรถกระบะชนซ้ำ ใกล้กับโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โดยผู้ซ้อนท้ายเสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งนอนเจ็บอยู่กลางถนน มีผู้เห็นว่ามีชาย 1 คนเข้าไปเตะซ้ำ ก่อนจะหลบหนีไป หลังเกิดเหตุตำรวจพบทะเบียนรถเก๋งตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงใช้เป็นเบาะแสตามตัวคนขับรถมาได้ คือ นายชนินทร์ สุดนิมิตร

การให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน บวกกับการให้ปากคำในรอบแรก นายชนินทร์ อ้างว่าไม่ได้เป็นคนขับรถย้อนศรไล่ชนรถบิกไบก์ตามที่เป็นข่าว แต่ยอมรับว่าขับรถอยู่ในจุดดังกล่าว ซึ่งกำลังมีการก่อสร้างรถไฟฟ้า ช่องจราจรบางจุดเบี่ยงไปมา ก่อนเกิดเหตุรถจักรยานยนต์คู่กรณีได้ขี่ปาดเข้ามาในช่องทางเบี่ยง ก็พยายามหักหลบ แต่ก็ไม่พ้น เกิดเฉี่ยวชนกัน หลังเกิดเหตุเห็นรถจักรยานยนต์ 2 คัน ขี่ตามรถจักรยานยนต์คู่กรณีมา และมีผู้จอดรถเดินไปดึงเอาสิ่งของบางอย่างจากคนที่นอนเจ็บอยู่ ก่อนจะเตะคนเจ็บซ้ำ

แต่คำบอกเล่าของ นายชนินทร์ กลับขัดแย้งกับคำให้การของพยาน 2-3 ปาก ที่ตำรวจสอบสวนไว้ ที่ยืนยันว่าเห็นรถเก๋งสีดำของนายชนินทร์ ขับย้อนศรไล่ตามรถจักรยานยนต์มา และหลังจากเกิดเหตุ คนในรถยังได้ลงไปทำร้ายคนเจ็บที่นอนอยู่

สอดคล้องกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่ตำรวจได้มา ที่พบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายชนินทร์ และภาพที่บันทึกได้ก็ไม่มีกลุ่มรถจักรยานยนต์ขี่ไล่ตามกันมา และไม่มีใครลงไปดึงเอาสิ่งของออกจากคนเจ็บ ตามที่นายชนินทร์อ้าง

หลังจากสอบเค้นอยู่นานหลายชั่วโมง ประกอบกับตำรวจได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดให้ดู นายชนินทร์ ก็จำนนต่อหลักฐาน ยอมรับว่าได้ก่อเหตุจริง และทางพนักงานสอบสวนจึงไปขอหมายจับต่อศาลจังหวัดมีนบุรี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา อย่างไรก็ตาม ตำรวจก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าคนที่ก่อเหตุจะมีเพียงนายชนินทร์ เพียงคนเดียว ได้จัดชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามคนที่ร่วมก่อเหตุเพิ่ม

ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ไปรับศพ นายชัยวัฒน์ และนายศิวัช ที่โรงพยาบาล ท่ามกลางความโศกเศร้า เพราะทุกคนไม่คาดคิดว่า ทั้ง 2 คนจะมาจากไปก่อนวัยอันควร ญาติ ๆ รู้สึกว่าเหตุที่เกิดขึ้นหากเป็นอุบัติเหตุก็พอทำใจได้ เพราะเป็นเหตุสุดวิสัย แต่ถ้าเป็นการจงใจชน หรือหวังจะเอาชีวิตก็รับไม่ได้ อยากรู้ว่าอะไรเป็นชนวนเหตุให้ถึงขั้นทำร้ายร่างกายคนเจ็บที่แน่นิ่งไปแล้ว อยากให้ตำรวจคลี่คลายคดี และเอาคนผิดมาดำเนินคดี

ด้านแฟนสาวของนายชัยวัฒน์ เปิดเผยกับทีมสนามข่าว 7 สี ว่าก่อนเกิดเหตุตอนประมาณ 23.00 น. แฟนโทรมาบอกว่ากลับถึงบ้านแล้ว ไม่คิดว่าเขาจะย้อนกลับออกไปกับเพื่อนอีก ตื่นมาเห็นข้อความจากคนรักที่บอกว่าคิดถึง ไม่นึกว่านี่จะเป็นข้อความสุดท้าย เสียใจ หากย้อนเวลาไปได้จะแวะไปหาคนรัก

หลังจากนี้ต้องติดตามกันต่อว่า เรื่องนี้จะมีผู้ร่วมก่อเหตุกี่คน และสาเหตุที่ไปที่มาของเรื่องนี้มาจากอะไร จะเป็นแค่เรื่องการขับรถปาดหน้ากันธรรมดา หรือจะมีเงื่อนงำอื่น ๆ ซ่อนเร้นอยู่

Tag : สนามข่าว 7 สี เกาะติดข่าวดัง รถเก๋งไล่ชนบิกไบก์ ทำร้ายคนขี่บิกไบก์ ขับรถไล่ชน ขับรถย้อนศรไล่ชนบิกไบก์