เจ้าหน้าที่คุมตัว ปุ๊ 5 ศพ จำลองทำแผนฯ

วันที่ 16 ม.ค. 2562 เวลา 11:20 น.

Views

โดยตำรวจ ได้จำลองสถานที่เกิดเหตุ ในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แทนการคุมตัวไปยังจุดเกิดเหตุ หวั่นถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์

หลังตำรวจภูธรภาค 6 ได้คุมตัว นายธีรพล ปิ่นอมร หรือ "ปุ๊ 5 ศพ" ผู้ต้องหาในคดียิงภรรยา พ่อตา แม่ยาย และเครือญาติฝั่งภรรยา เสียชีวิต 5 ศพ มาสอบปากคำเพิ่มเติม ใช้เวลานานกว่า 5 ชั่วโมง ให้การว่า โกรธแค้นครอบครัวของภรรยากดตัวและต่อว่าตัวเอง ประกอบกับต้องการเงินหลายล้านบาท คืนจากครอบครัวที่เคยให้ภรรยาไปก่อนหน้านี้ แต่กลับไม่ได้ จึงบันดาลโทสะก่อเหตุขึ้น พร้อม แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นและพยายามฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน และพกพาอาวุธปืน รวมถึงยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะคุมตัวไปฝากขังไว้ที่ สภ.ลับแล เมื่อคืนนี้

เช้าวันนี้ ตำรวจได้เบิกตัว ผู้ต้องหา ออกมาจากห้องควบคุม จากการสอบถามทราบว่า ผู้ต้องหามีอาการเครียด คาดว่าคิดมากจากเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้นอนไม่หลับ ตำรวจต้องคอยดูแลตลอดทั้งคืน หวั่นผู้ต้องหาทำร้ายตัวเอง โดยตำรวจต้องใช้หมวกไหมพรมคลุมหน้า และสวมเสื้อเกราะกันกระสุน ก่อนจะคุมตัวขึ้นรถไปที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์

ต่อมา พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อสอบสวนผู้ต้องหา ก่อนจะพาตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งตำรวจได้จำลองสถานที่บริเวณลานจอดรถด้านหลัง กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ แทนการนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ ป้องกันไม่ให้เกิดการรุมประชาทัณฑ์ เนื่องจากเครือญาติของผู้ตาย ยังมีความโกรธแค้น ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ทำแผนฯ ประชาชนที่ทราบข่าวต่างพากันมามุงดูจำนวนมาก ท่ามกลาง การรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด

หลังทำแผนฯ เสร็จ ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมคัดค้านการประกันตัว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.แม่โป่ง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจได้คุมตัวชายอายุ 31 ปี ที่ข่มขืนและทำร้ายร่างกายมารดามาสอบปากคำเพิ่ม หลังจากถูกจับกุมตัวได้วานนี้ แต่ไม่สามารถให้การใดๆ ได้ เนื่องจากอยู่ในอาการเมายานอนหลับ โดยยังคงให้การปฏิเสธรวมถึงปฏิเสธการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อนจะคุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง แต่ถึงแม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่พนักงานสอบสวน มีพยานหลักฐานที่จะเอาผิดได้ พร้อมจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการพิจารณาส่งฟ้องศาลต่อไป